posttoday
บัตรเลือกตั้งกับผลต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

บัตรเลือกตั้งกับผลต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

16 สิงหาคม 2560

อรรถสิทธิ์ พานแก้วเวลาพูดถึงการเลือกตั้ง ประเด็นที่มักจะถูกพูดถึงคือระบบการเลือกตั้งที่จะนำมาใช้จะถูกออกแบบมาในระบบอะไร หรือจะส่งผลอย่างไรต่อระบบการเมืองในภาพรวม หรือพรรคการเมืองในฐานะผู้เล่นในเกมการเลือกตั้ง มากกว่าการพูดถึงว่าระบบการเลือกตั้งที่ออกแบบมานั้นจะส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิการเลือกตั้งอย่างไร

อรรถสิทธิ์ พานแก้ว

เวลาพูดถึงการเลือกตั้ง ประเด็นที่มักจะถูกพูดถึงคือระบบการเลือกตั้งที่จะนำมาใช้จะถูกออกแบบมาในระบบอะไร หรือจะส่งผลอย่างไรต่อระบบการเมืองในภาพรวม หรือพรรคการเมืองในฐานะผู้เล่นในเกมการเลือกตั้ง มากกว่าการพูดถึงว่าระบบการเลือกตั้งที่ออกแบบมานั้นจะส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิการเลือกตั้งอย่างไร

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว พวกเขามักจะไม่ถูกพูดถึงในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักจากผลของการออกแบบระบบการเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่พฤติกรรมการเลือกตั้งของพวกเขานั้นจะต้องปรับไปตามระบบใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยทั่วไปการให้ความสำคัญของการเลือกตั้งที่มีต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น มักจะอยู่ที่หลังการออกแบบระบบได้เกิดขึ้นแล้ว

ความสำคัญที่มีให้คือความต้องการที่จะทำให้คนออกไปใช้สิทธิของตนให้มากที่สุด และเกิดความผิดพลาดในกระบวนการการตัดสินใจกากบาทเมื่ออยู่ในคูหาการเลือกตั้งให้น้อยที่สุด นั่นคือทำให้เกิดบัตรเสียให้น้อยที่สุด หรือทำให้คนได้โหวตได้อย่างตามที่ใจตนเองและตามสิทธิของการเป็นพลเมืองที่ตนเองมี

ซึ่งการจัดการกับปัญหาข้างต้นอยู่ที่การมีระบบการบริหารจัดการการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญการเกิดบัตรเสียนั้นอาจไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของการบริหารจัดการการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว เพราะอาจจะเกิดจากความจงใจทำบัตรเสียหรือการขาดความเข้าใจในการใช้บัตรเลือกตั้ง

แต่ความกังวลต่อการเกิดบัตรเสียนั้น ถ้าคิดให้ถี่ถ้วนแล้วไม่น่ากังวลไปกว่าการที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกากบาทแล้วไม่ได้ตรงกับความต้องการในการออกเสียงของตัวเอง ซึ่งความกังวลในประเด็นนี้นั้นมักจะถูกมองข้ามไปในกระบวนการออกแบบ ซึ่งมักจะอยู่ในส่วนของกระบวนการออกแบบบัตรเลือกตั้ง

สำหรับประเทศไทย ในช่วงที่ผ่านมาประเด็นของการออกแบบบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้รับการกล่าวถึง แต่ก็เป็นการกล่าวถึงในความกังวลต่อผลที่จะเกิดขึ้นกับพรรคการเมือง นักการเมือง การจัดการการหาเสียง และการจัดการการเลือกตั้งว่าจะทำให้เกิดความโปร่งใสและยุติธรรม ปราศจากการทุจริตได้มากน้อยเพียงใด

แต่ไม่มีการกล่าวถึงในประเด็นที่ว่าบัตรเลือกตั้งที่จะออกแบบมานั้น จะส่งผลต่อการออกเสียงเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างไร

หลายคนอาจสงสัยว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งนั้น จะส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกตั้งนั้นได้มากถึงขนาดที่ต้องให้ความสำคัญถึงอย่างนั้นหรือ คำตอบคือ การศึกษาถึงการออกแบบบัตรเลือกตั้งนั้นมีมาอย่างยาวนานในการศึกษาทางรัฐศาสตร์ ดังที่มีคำกล่าวของ ชาร์ส เบียรด์ นักรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ที่ได้กล่าวไว้เมื่อปี ค.ศ. 1909 ว่า "สิ่งที่เชื่อมระหว่างผู้มีสิทธิเลือกตั้งธรรมดาทั่วไปกับรัฐบาลของเขาก็คือ บัตรเลือกตั้ง"

ผลสรุปที่มีร่วมกันของผู้ที่ศึกษาในการออกแบบบัตรเลือกตั้งได้มีไว้ว่า บัตรเลือกตั้งที่ดีควรจะเป็นบัตรที่ "มีความเป็นระบบแต่เรียบง่าย ชัดเจน ไม่มีหลายขั้นตอนในการกากบาท ไม่ทำให้เกิดการรื้อฟื้นความจำอย่างมากมาย และต้องทำให้การโหวตเป็นไปตามความตั้งใจ"

เพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ตัวอย่างของการศึกษาว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่ดีนั้น จะเกิดผลอย่างไรต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งของประชาชนได้อย่างไร เป็นต้นว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่ไม่เพียงแต่มีตัวเลขประจำตัวผู้สมัครแต่มีสัญลักษณ์ของพรรคอยู่บนบัตรด้วยนั้น ได้ช่วยให้การมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งนั้นเพิ่มมากขึ้น เพราะการมีทั้งเลขและสัญลักษณ์ของพรรคถือว่าเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้อย่างดี

เช่นนี้แล้ว การถกเถียงกันถึง รูปแบบของบัตรเลือกตั้งที่ประเทศจะใช้ในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึง ควรจะ ไม่จำกัดถึงแค่ผลที่จะเกิดต่อพรรคการเมือง แต่ควรต้องขยายไปยังส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าจะโหวตได้ถูกตามความตั้งใจของตนเองได้หรือไม่

สำหรับประเทศไทย การออกแบบบัตรเลือกตั้งควรจะต้องเริ่มจากการคำนึงถึงเป้าหมายที่มีต่อระบบการเมือง และระบบพรรคการเมืองของระบบการเลือกตั้งที่ได้ออกแบบมาเสียก่อน

จากคำให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญถึง เป้าหมายของระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่มีนี้ ก็เพื่อให้คนเลือกพรรคมากกว่าคน (เพราะการคำนวณที่นั่งในสภาที่อยู่บนฐานของคะแนนเสียงของระบบสัดส่วน) เพื่อ ไม่ให้คะแนนเสียงตกน้ำ ให้โอกาสพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก และต้องการทำให้เกิดความเป็นสถาบันการเมืองของพรรคการเมือง

หากการออกแบบบัตรเลือกตั้งที่มีความแตกต่างกันในเลขประจำตัว ผู้สมัครในแต่ละเขตแล้ว เท่ากับว่าความต้องการที่จะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนึกถึงพรรคตอนจะกากบาทแล้วนั้น จะก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าการต้องใช้ความสามารถในการจำหรือต้องรื้อฟื้นความจำ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในขณะที่อยู่ในคูหาเลือกตั้ง เพราะต้องยอมรับว่าในช่วงของการเลือกตั้งนั้น ข้อมูลข่าวสารที่หมุนเวียนในสื่อมวลชนทั้งแบบหลักและรอง หรือสื่อทางสังคมออนไลน์นั้นจะไหลเวียนเป็นอย่างมาก

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นก็คือ ความสับสนในตัวเลขประจำผู้สมัครและพรรคการเมืองนั้นอาจเกิดขึ้นได้ การออกแบบบัตรเลือกตั้งเช่นนี้ ในที่สุดผลที่น่ากลัวที่สุดในการเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้น นั่นก็คือการโหวตของคนที่ ไม่ได้โหวตถูกตามความตั้งใจของตัวเอง

เมื่อมองไปถึงความตั้งใจที่ระบบการเลือกตั้งใหม่จะให้โอกาสแก่พรรคขนาดกลางและเล็กมากขึ้น แต่หากบัตรเลือกตั้งเป็นแบบที่มีความแตกต่างในแต่ละเขตนี้ โอกาสของพรรคขนาดกลางและเล็กในการที่จะได้คะแนนเสียงพอที่จะได้ที่นั่งในสภาบ้างจะลดลง เพราะการหาเสียงโดยเฉพาะในส่วนของการให้ความรู้เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งและการลงคะแนนเสียงนั้น ไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดียวกันได้ทั้งประเทศ ซึ่งหากต้องมีความแตกต่างไปตามเขตต่างๆ แล้ว ทรัพยากรในการหาเสียงก็จะเพิ่มขึ้น เท่ากับว่าระบบการเลือกตั้งที่ตั้งใจจะให้ประโยชน์ในตอนต้นน้ำกลับไม่ได้เป็นไปตามความตั้งใจเมื่อมาถึงปลายน้ำ

การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ถือว่าเป็นการมีส่วนร่วมในทางการเมืองที่ทำได้ง่ายที่สุด แต่หากการเข้าไปลงคะแนนเสียงแต่บัตรเลือกตั้งทำให้เกิดความสับสนหรือไม่ได้ทำให้โหวตตามความตั้งใจแล้วนั้น ก็ถือว่าเป็นการทำให้การมีส่วนร่วมทางการเมืองนั้น ไม่เกิดประโยชน์ และในที่สุดความ เบื่อหน่ายในทางการเมืองก็จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน