
กับดักความจน
อรุณ จิรชวาลา ที่ประเทศเคนยาเพิ่งมีการเลือกตั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผลโพลก่อนเลือกตั้งทำให้เกิดความตื่นเต้น เพราะฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านมีคะแนนนิยมสูสีกันมาก บรรยากาศทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งดุเดือดรุนแรง มีคนตายไปหลายสิบคน
อรุณ จิรชวาลา
ที่ประเทศเคนยาเพิ่งมีการเลือกตั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผลโพลก่อนเลือกตั้งทำให้เกิดความตื่นเต้น เพราะฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านมีคะแนนนิยมสูสีกันมาก บรรยากาศทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งดุเดือดรุนแรง มีคนตายไปหลายสิบคน
ผลจริงปรากฏว่าฝ่ายรัฐบาลชนะขาด ประธานาธิบดีคนเดิมได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ทั้งฝ่ายรัฐบาลและหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งต่างออกมายืนยันความบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ฝ่ายค้านประกาศไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง อ้างว่ามีการโกงกันมโหฬาร การนับคะแนนของฝ่ายค้านเองให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม มีการเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันคว่ำบาตรรัฐบาล
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งอาจถือว่าเป็นประเทศที่เจริญที่สุดของแอฟริกา สภามีการลงมติลับในญัตติไม่ไว้วางใจประธานาธิบดี ปรากฏว่าประธานาธิบดีรอดมาได้แบบฉิวเฉียด
ผลการเลือกตั้งในเคนยาและการลงมติในแอฟริกาใต้ไม่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ เพราะโดยทั่วไป ในประเทศกำลังพัฒนาที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีน้อยครั้งที่ฝ่ายที่ครองอำนาจจะแพ้เลือกตั้ง ส่วนประเทศที่ปกครองด้วยระบอบอื่น เช่น คอมมิวนิสต์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่มีฝ่ายค้านให้เลือกด้วยซ้ำไป
สรุปได้ว่า สำหรับประเทศที่ระดับการพัฒนายังไม่สูงพอ การเปลี่ยนขั้วอำนาจในการบริหารประเทศไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยง่าย กลุ่มที่อยู่ในอำนาจมักจะมีผลประโยชน์ที่ต้องปกป้อง และหากไม่สามารถครองใจประชาชนให้ลงคะแนนให้ด้วยวิธีปกติ ก็อาจต้องใช้วิธีพิเศษ เช่น กลไกการเลือกตั้งที่ควบคุมได้ หรืออาจแบ่งผลประโยชน์ที่ได้มาบางส่วนเพื่อซื้อเสียง เป็นต้น
แม้แต่การลงมติในแอฟริกาใต้ ที่นักวิเคราะห์บางคนบอกว่าการลงมติลับทำให้เกิดความยุติธรรม เพราะ สส.ฝ่ายรัฐบาลสามารถไปร่วมลงมติกับฝ่ายค้านได้อย่างเต็มที่ แต่ผมกลับเชื่อว่าการลงมติลับจะมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายรัฐบาลโน้มน้าวจูงใจ สส.ฝ่ายค้านให้ลงคะแนนให้ ซึ่งแน่นอนว่า ฝ่ายรัฐบาลย่อมมีตำแหน่งและผลประโยชน์เสนอให้ได้มากกว่า
แอฟริกาเหมือนเป็นทวีปที่ถูกสาป มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 รองจากเอเชีย เป็นที่ตั้งของประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศ แต่ไม่มีประเทศที่มีระดับการพัฒนาสูง เป็นที่อยู่ของประชากร 1,200 ล้านคน แต่ระดับการศึกษาและระดับรายได้เฉลี่ยต่อหัวยังต่ำ ความยากจนข้นแค้นมีอยู่ทั่วไป ยังเกิดภาวะอดตาย โรคระบาด และสงครามกลางเมืองอยู่เป็นประจำ
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแอฟริกันไม่ได้ ดีขึ้น มีผลการวิจัยที่บ่งชี้ว่าแย่ลงด้วยซ้ำไป
รัฐบาลของประเทศในแอฟริกา ที่ส่วนใหญ่มาจากการเลือกตั้ง ต่างวางแผนที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญรุ่งเรืองด้วยกันทั้งสิ้น ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลเหล่านี้ยังมีตัวช่วยในรูปแบบขององค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ที่มาตั้งศูนย์ปฏิบัติการอยู่ที่นี่ องค์กรเหล่านี้เต็มไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ทั้งด้านพัฒนาและปฏิรูปต่างๆ
แต่จนแล้วจนรอด ความพยายามในการพัฒนาก็ไม่บังเกิดผล ผมอยากชี้ให้เห็นจุดอ่อนบางประการ เผื่อจะเป็นบทเรียนสำหรับเราด้วย ในความพยายามที่จะก้าวให้พ้นกับดักรายได้ปานกลาง ที่เป็นเป้าหมายของรัฐบาลปัจจุบัน
หนึ่ง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในวงการรัฐบาล ซึ่งเป็นปัญหาร่วมกันของประเทศกำลังพัฒนาเกือบทุกประเทศ รวมทั้งไทยเราด้วย ที่ผ่านมาปัญหานี้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ไม่ได้เบาบางลง ผลประโยชน์จากการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นแรงจูงใจหลักที่ทำให้รัฐบาลอยากอยู่ในอำนาจต่อไป
ในทางทฤษฎี องค์กรระหว่างประเทศจะไม่สนับสนุนโครงการที่มี ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ในทางปฏิบัติมักจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการตรวจสอบมักจะจำกัดเฉพาะส่วนที่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ไม่ได้เจาะลึกลงไปในวาระซ่อนเร้นที่แอบอยู่เบื้องหลัง ด้วยเหตุนี้ ในเกือบทุกกรณีเราจึงเห็นองค์กรระหว่างประเทศให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ทั้งๆ ที่เป็นรัฐบาลที่พัวพันเรื่องผลประโยชน์
บางกรณีเกือบจะเรียกได้ว่าเหลือเชื่อ เช่น อดีตประธานาธิบดี เฟอร์ดินาน มาร์กอส ของฟิลิปปินส์ ขนทองจากธนาคารกลางไปเป็นสมบัติส่วนตัว โดยไม่มีเสียงคัดค้านจากไอเอ็มเอฟ ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในธนาคารกลางนั้น
ผมอยากเห็นกฎเกณฑ์และระบบตรวจสอบขององค์กรระหว่างประเทศมีความเข้มข้นมากขึ้น ก่อนจะให้ความช่วยเหลือโครงการต่างๆ ของประเทศกำลังพัฒนา
สอง ในทุกระบอบประชาธิปไตย ประชาชนจะถูกอ้างว่าเป็นเจ้าของอำนาจ และจะถูกพร่ำสอนว่ามีหน้าที่ต้องเลือกคนดีเข้าสภา แต่ในทางปฏิบัติ การแยกคนดีจากคนที่มาแสดงน้ำใจให้ความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องง่าย
ที่จริงระบบการเลือกตั้งสามารถแบ่งเบาภาระของประชาชนได้ โดยการเพิ่มความเข้มข้นในการกลั่นกรองผู้สมัคร เพื่อให้คนในสนามเลือกตั้งส่วนใหญ่เป็นคนดี โอกาสที่ประชาชนจะเลือกได้คนดีก็จะมีมากขึ้น
เราจะหวังให้ผู้มีอำนาจในประเทศกำลังพัฒนาออกกฎเกณฑ์ที่ขัดผลประโยชน์ของตัวเองคงเป็นไปได้ยาก แต่องค์กรระหว่างประเทศอาจสามารถช่วยผลักดันให้เกิดขึ้นได้
สาม วิธีหนึ่งที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลในประเทศกำลังพัฒนา คือการซื้อใจประชาชนด้วยนโยบายประชานิยมหรือรัฐสวัสดิการต่างๆ เช่น ในกรณีของเคนยา การศึกษาชั้นประถมจะฟรีทั้งหมด
ผลที่ตามมาคือการขาดดุลงบประมาณในอัตราสูง เช่น รัฐบาลเคนยาขาดดุลงบประมาณกว่า 7% ของจีดีพี เปรียบกับไทยซึ่งยังขาดดุลไม่เกิน 3% ของจีดีพี เราโชคดีที่มีกฎหมายจำกัดการขาดดุลงบประมาณที่บังคับใช้มานาน
การขาดดุลงบประมาณมากมักจะหมายถึง การทุ่มเททรัพยากรให้กับการบริโภคมาก และให้กับการลงทุนน้อย ทำให้มีผลผลิตน้อย และเศรษฐกิจขยายตัวช้า หรือไม่ขยายตัว
ประเทศที่รัฐบาลใช้จ่ายเกินตัว และขาดดุลมาก จะให้แก้ไขปัญหาเองเป็นเรื่องที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้ นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่องค์กรระหว่างประเทศน่าจะมีกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่เข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการช่วยเตือนไม่ให้ใช้จ่ายเกินตัวตั้งแต่ต้น
ข้อสุดท้าย ที่ผ่านมา องค์กรระหว่างประเทศมักจะเน้นการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านสาธารณูปโภค เช่น การศึกษา การสาธารณสุข ถนน ไฟฟ้า และประปา เป็นต้น
องค์กรเหล่านี้ควรเปลี่ยนแนวทางให้หันมาเน้นการลงทุนเพื่อการผลิต สร้างงาน และสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ซึ่งในโลกยุคปัจจุบันเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าในอดีตมาก ทั้งในการหาผู้ลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนการคมนาคมขนส่งต่างๆ n







