
STAขาดทุน2พันล้าน
ราคายางพาราผันผวนแรง ฉุดศรีตรังแอโกร พลิกขาดทุน 2,080 ล้านรุกธุรกิจถุงมือยางลดเสี่ยง ไทยรับเบอร์ ได้กลุ่มน้ำยางข้นช่วย
ราคายางพาราผันผวนแรง ฉุดศรีตรังแอโกร พลิกขาดทุน 2,080 ล้านรุกธุรกิจถุงมือยางลดเสี่ยง ไทยรับเบอร์ ได้กลุ่มน้ำยางข้นช่วย
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) แจ้งว่า ไตรมาส 2 ขาดทุนสุทธิ 2,080.05 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนมี กำไรสุทธิ 801.54 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือน ขาดทุนสุทธิ 2,072.49 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 635.91 ล้านบาท
STA รายงานว่า อุตสาหกรรมยางธรรมชาติในไตรมาส 2 ยังคงได้รับผล กระทบอย่างสูงจากความผันผวนของราคา ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพลของราคาในตลาดซื้อขายล่วงหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดเซี่ยงไฮ้ฟิวเจอร์ (SHFE) ของจีนที่มีปริมาณการซื้อขายรวมในไตรมาสที่ผ่านมาสูงถึง 433.8 ล้านตัน คิดเป็นปริมาณที่สูงถึงกว่า 35 เท่า หากเทียบกับปริมาณการบริโภคยางธรรมชาติทั้งปี 2559 ที่ 12.6 ล้านตัน
จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ไตรมาส 2 รายได้จากการขายลดลง 19.8% จากไตรมาสแรก แต่เพิ่มขึ้น 22% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน หลังบริษัทลดกำลังการผลิตและยอดขายลง 17.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 23.3% จากไตรมาสแรกสู่ระดับ 2.98 แสนตัน
เหตุผลในการลดกำลังการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบต่อการทำ กำไร (ซึ่งไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานของอุปสงค์ และอุปทานยางธรรมชาติ) เนื่อง จากต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวลงในสัดส่วนน้อยกว่าราคาขายอ้างอิงตามราคายางพาราตลาดล่วงหน้าสิงคโปร์ หรือตลาดไซคอม (SICOM) ทั้งนี้ ยางแท่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ STA และราคาซื้อขายอ้างอิงราคาตลาดไซคอมเป็นหลัก
STA แจ้งว่า ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่รับรู้รายได้จากการขายถุงมือยาง 2,623.3 ล้านบาท หลังเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จากเดิมถือ 40.2% เป็น 90.2% ส่งผลให้มีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้น 117.8% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ธุรกิจถุงมือยางถือเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรที่ดี และมีความผันผวนต่ำเมื่อเทียบธุรกิจกลางน้ำ บริษัทจึงมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1.6 หมื่นล้านชิ้น/ปี จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 1.4 หมื่นล้านชิ้น/ปี โดยคาดว่ากำลังการผลิตส่วนเพิ่มจากเสร็จสมบูรณ์ต้นไตรมาส 2 ปี 2561 สอดคล้องกับทิศทางในอนาคตที่ STA มีเป้าหมายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมถุงมือยางของโลก และถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจยางธรรมชาติแบบครบวงจรอีกด้วย
บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) (TRUBB) แจ้งว่า ไตรมาส 2 ขาดทุนสุทธิ 32.67 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ 69.16 ล้านบาท งวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 71.13 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ขาดทุนสุทธิ 66.35 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยางสำหรับงวด 6 เดือน ปี 2560 มีขาดทุนก่อน ภาษี 4 ล้านบาท กำไรลดลง 47 ล้านบาท เทียบกับปี 2559 เนื่องจากราคายาง มีความผันผวนอย่างมากและมีการ ปรับตัวลงในไตรมาส 2 ทำให้ธุรกิจ เส้นด้ายยางยืดขาดทุนจากการสั่งซื้อวัตถุดิบมาผลิตล่วงหน้า อย่างไรก็ดี บริษัทมีผลประกอบการดีขึ้นมาจากกลุ่มน้ำยางข้น







