
ธุรกิจไทยกักเงิน1.1ล้านล. ห่วงทิศทางลงทุนไม่สดใส
เอกชนไทยตุนเงินสดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มองเศรษฐกิจไม่สดใส-แข่งนอกประเทศยาก
เอกชนไทยตุนเงินสดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มองเศรษฐกิจไม่สดใส-แข่งนอกประเทศยาก
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า บรรดาเอกชนรายใหญ่ของไทยต่างเก็บสะสมเงินสดไว้รวม 3.4 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังแนวโน้มการลงทุนในประเทศไม่สดใสนัก และเผชิญการแข่งขันสูงขึ้นในการขยายกิจการในต่างประเทศ โดยธุรกิจพลังงานเก็บสะสมเงินสดไว้มากที่สุดที่ประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6.65 แสนล้านบาท)
รายงานระบุว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัว 3.6% ซึ่งถือว่ายังตามหลังหลายประเทศในอาเซียน โดยดีมานด์ในประเทศอ่อนแรงและกำลังการผลิตที่อยู่ในระดับสูงเกินไป ส่งผลให้เอกชนลดการลงทุน
ขณะที่การลงทุนเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศปรับลงเช่นกัน โดยลดลง 37% ไปอยู่ที่ 1,200 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.99 หมื่นล้านบาท) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2017 แม้ว่าบริษัทไทยมีโอกาสการลงทุนมากขึ้นในเมียนมาและเวียดนาม แต่เอกชนต่างชาติรายอื่นสนใจตลาดดังกล่าวด้วยเช่นกัน หมายความว่าการแข่งขันภายในภูมิภาคกำลังรุนแรงยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ รอยเตอร์สรายงานว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนหลายรายกระตุ้นให้เอกชนไทยจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นมากยิ่งขึ้น หากยังไม่มีแผนการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต







