
'รับเหมา'เอสเอ็มอีแย่
ผู้รับเหมาก่อสร้างเอสเอ็มอีโอดงานไม่มี ชี้รัฐส่งเสริมแต่โครงการใหญ่ วอนให้ช่วยด่วน
ผู้รับเหมาก่อสร้างเอสเอ็มอีโอดงานไม่มี ชี้รัฐส่งเสริมแต่โครงการใหญ่ วอนให้ช่วยด่วน
นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์หรือสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เพื่อเร่งให้เกิดการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งงานก่อสร้างขนาดใหญ่จะเกิดกับ ผู้ประกอบการรับเหมารายขนาดใหญ่ เป็นหลัก ขณะที่รายขนาดกลางและเล็กที่รับงานก่อสร้างที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,000 ล้านบาท แทบจะไม่มีงานก่อสร้างออก มาเลย โดยเฉพาะงานก่อสร้างโรงเรียนและโรงพยาบาลในต่างจังหวัด
"หากมองดูธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในภาพรวมแล้วดูเหมือนจะดี แต่งานส่วนใหญ่ออกมามากเอื้อประโยชน์กับผู้รับเหมารายขนาดใหญ่ แต่ผู้รับเหมารายขนาดกลางและเล็กนั้นยังลำบาก เนื่องจากความสามารถในการรับงานนั้นต่ำกว่า ไม่สามารถไปรับงานที่มีมูลค่าสูงได้ ขณะที่งานก่อสร้างประเภทโรงพยาบาล โรงเรียนของภาครัฐ ที่ผู้รับเหมากลุ่มนี้จะสามารถรับงานได้แทบจะไม่มีงานใหม่ ออกมา เพราะรัฐไปมุ่งแต่งานขนาดใหญ่เป็นหลัก" นายกฤษดา กล่าว
ขณะเดียวกัน ต้องจับตาดู พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน หรือวันที่ 23 ส.ค.นี้ ว่าจะกระทบกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมากน้อยเพียงใด แต่เชื่อว่าจะทำให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงานมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ได้มีการประมูลงานภาครัฐผ่านรูปแบบอี-ออกชั่น
นายธีรพัฒน์ จิรพิพัฒน์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ริมดอย กล่าวว่า ผู้รับเหมาก่อสร้างรายขนาดกลาง-เล็กนั้นจะต้องเร่งปรับตัว เนื่องจากงานก่อสร้างอาคารใหม่ๆ นั้นออกมาค่อนข้างน้อย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาให้มี ความชำนาญในหลายด้าน เช่น งานวางระบบบำบัดน้ำเสีย โดยเจาะเข้าไปในส่วนงานท้องถิ่น งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค เนื่องจากการรับงานของภาครัฐนั้นต้องมีประสบการณ์ จึงจะสามารถประมูลแข่งรับงานที่มีมูลค่าสูงหรืองานใหม่ๆ ได้
"ในครึ่งปีหลังเริ่มเห็นสัญญาณ ของงานก่อสร้างภาคเอกชนนั้นเริ่มปรับตัวดีขึ้น เฉพาะของบริษัทคาดว่าในช่วง 4 เดือนหลังงานภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้น ไม่ต่ำกว่า 30% แต่ประเมินทั้งปีแล้วงานภาครัฐจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 80% งานภาคเอกชน 20%" นายธีรพัฒน์ กล่าว







