
โรดแมปดันเศรษฐกิจ
แม้รัฐบาลจะภูมิใจที่สามารถบริหารเศรษฐกิจได้ดี ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มีคำถามตามมาอย่างต่อเนื่องว่าเศรษฐกิจดีจริงหรือไม่ และเศรษฐกิจดีเพราะฝีมือการบริหารของรัฐบาลหรือเป็นเพราะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
แม้รัฐบาลจะภูมิใจที่สามารถบริหารเศรษฐกิจได้ดี ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มีคำถามตามมาอย่างต่อเนื่องว่าเศรษฐกิจดีจริงหรือไม่ และเศรษฐกิจดีเพราะฝีมือการบริหารของรัฐบาลหรือเป็นเพราะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
ตัวเลขดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างช้าๆ แต่ ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการส่งออก การผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม แต่ดัชนีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น การบริโภค ที่ฟื้นตัวอย่างเปราะบางปริมาณหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์และการ ปฏิเสธสินเชื่อที่ยังอยู่ในระดับสูง จนทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บ่นอุบ
ตัวเลขที่ย้อนแย้งกันนี้สะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศดีขึ้น แต่เศรษฐกิจภายในยังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลก็เห็นปัญหาแต่ยังไม่อาจทำอะไรได้ แม้กระทั่งการเข็นการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่ประกาศมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้โครงการใหญ่ก็ไม่ได้ปักเสาเข็มให้เห็นสักโครงการเดียว
มีความพยายามจากหน่วยงานรัฐที่จะอธิบายว่าเศรษฐกิจในประเทศจะดีขึ้นแน่นอน แม้การส่งออกจะเป็นตัวผลักดัน แต่ในที่สุดแล้วห่วงโซ่เศรษฐกิจจะดึงให้ทุกส่วนฟื้นขึ้น แต่อาจจะช้าและไม่ทันใจประชาชน ต้องยอมรับว่าช้ามากจริงๆ และการฟื้นตัวที่ช้าเกินไปนี้อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้จำนวนหนี้เสียของประเทศยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้วยาวนานมาจนถึงปีนี้
ธปท.ระบุว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้คุณภาพสินเชื่อยังด้อยลง โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังเพิ่มขึ้น แต่ก็เพิ่มในอัตราที่ลดลงทำให้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น จาก 2.94% ของสินเชื่อรวมในไตรมาสแรก เป็น 2.95% ในไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่งเพิ่มจากเอ็นพีแอลของธุรกิจรายใหญ่เป็นสำคัญ หากตัดหนี้ของธุรกิจรายใหญ่นั้นออกเอ็นพีแอลในไตรมาส 2 จะเหลือเพียง 2.86%
ธปท.เองก็ยอมรับว่า ทิศทางเอ็นพีแอลยังเพิ่มขึ้น เห็นจากการไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นอยู่ในธุรกิจรายเล็กๆ แต่ก็ไหลมาเป็นเอ็นพีแอลในอัตราที่ลดลง สาเหตุที่หนี้ลดลงไม่ได้เป็ยนเพราะลูกหนี้มีรายได้ดีขึ้น มีกำไรมาใช้หนี้ แต่เป็นการลดลงเพราะการบริหารจัดการหนี้ของธนาคารเจ้าหนี้ ที่ปรับโครงสร้างหนี้ ขายหนี้ออกไป
นอกจากนี้ ธปท.ยังเห็นว่า หากจะให้หนี้เสียลดลงมากกว่านี้และ การบริโภคฟื้นตัว อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้จะต้องโตไม่ต่ำกว่า 3.5% และในปีหน้าจะต้องโตไม่ต่ำกว่า 3.7% เพื่อที่จะให้หนี้เสียในระบบธนาคารสูงสุดในไตรมาส 4 ของปีนี้ และเริ่ม ลดลงได้ในปีหน้า
อย่างไรก็ดี การเติบโตของจีดีพีไม่อาจจะช่วยแก้ไขหนี้เสียได้ สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขการขยายตัวของจีดีพีก็คือ การกระจายตัวของการเติบโตเศรษฐกิจที่ต้องกระจายออกไปในทุกภาคเศรษฐกิจ ไม่ใช่กระจุกอยู่แต่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก หรือกลุ่มคนรายได้สูง แต่กลุ่มฐานรากและกลุ่มคนชั้นกลางไม่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของเศรษฐกิจเลย
ภาวะเช่นนี้ หากยังปล่อยให้เกิดขึ้นต่อไป ก็จะบั่นทอนต่อการ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว เพราะการบริโภคในประเทศจะอ่อนแอต่อไป คนไม่มีเงินมากพอที่จะบริโภค ธนาคารก็จะเข้มงวดสินเชื่อ ต่อไป ทำให้คนจะลงทุนหรือจะซื้อบ้านอยู่อาศัยก็ไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องหวังพึ่งการลงทุนของรัฐในการผลักดันเศรษฐกิจ เพราะหวังพึ่งการลงทุนเอกชนคงจะยาก เพราะต้องยอมรับว่าเอกชนเองก็รอความชัดเจนของโรดแมปรัฐบาลที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งในปีหน้า
ขณะนี้เรื่องการเมืองกับเรื่องเศรษฐกิจเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก และหากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามโรดแมปที่ได้ไปเดินสายบอกกล่าวกับต่างชาติไว้แล้ว ก็เตรียมตัวรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจไว้ได้เลย เพราะจะหนักกว่าที่เผชิญอยู่ในปัจจุบันแน่นอน n







