posttoday
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (108)

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (108)

11 สิงหาคม 2560

วิมลพรรณ ปีตธวัชชัยพระราชนิพนธ์เรื่อง ชมดอกไม้ไกลบ้าน พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงบันทึกเมื่อเสด็จพระราชดำเนินประเทศญี่ปุ่น

วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

พระราชนิพนธ์เรื่อง ชมดอกไม้ไกลบ้าน พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงบันทึกเมื่อเสด็จพระราชดำเนินประเทศญี่ปุ่น

พระราชนิพนธ์เรื่อง ดอยตุง เชียงตุง จำนวน 67 หน้า เป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เรื่องดอยตุง เชียงตุง ทรงบันทึกเมื่อครั้นเสด็จฯ เยือนเชียงตุง สาธารณรัฐพม่าอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 1-3 มี.ค. 2537

พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ เรื่องแดร็กคูล่าผู้น่ารัก จำนวน 334 หน้า ทรงบันทึกไว้เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือน 3 ประเทศในยุโรปตะวันออก ได้แก่ ประเทศโรมาเนีย สาธารณรัฐประชาชนฮังการี สาธารณรัฐออสเตรีย เบลเยียม และสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งเสด็จฯ ไปเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีฟาบิโอลา ที่ราชอาณาจักรเบลเยียม ระหว่างวันที่ 13-25 มี.ค. 2537 ทรงเรียบเรียงตามลำดับเหตุการณ์ที่มีเรื่องราววัฒนธรรมที่เก่าแก่ สถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงาม โดยมีภาพประกอบพร้อมคำอธิบายภาพ และคำบรรยายเรื่องราวตามลำดับเหตุการณ์นั้นๆ ท้ายเล่มมีรายชื่อหนังสือ พระราชนิพนธ์ชุดการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศไว้ด้วย

พระราชนิพนธ์เรื่อง ต้นน้ำ ภูผา และป่าทราย จำนวน 275 หน้า เป็นพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 13-27 ส.ค. 2544 ในครั้งนั้นทรงบันทึกการเสด็จฯ เยือนมณฑล ชิงไห่ เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย เขตปกครองตนเองทิเบต มหานครปักกิ่ง และมณฑลเหอเป่ย ในพระราชนิพนธ์ "คำนำ" ทรงกล่าวว่า "...พื้นที่ทั้ง 3 แห่งที่เป็นจุดหลักการไปเยี่ยมเยือนครั้งนี้ มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นเรื่องภูเขาและที่ราบสูง ที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตอยู่เหนือกว่าระดับน้ำทะเล 4,000-5,000 เมตร มีพื้นที่ประมาณ 2.3 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นที่ราบสูงที่สูงสุดในโลก จนได้สมญาว่า "หลังคาโลก" นอกจากนั้น ยังมีพื้นที่ทะเลทราย มีป่าทราย และโอเอซิสเขียวขจีในบางแห่ง ส่วนที่หนิงเซี่ยนั้นมีที่ราบสูงดินเหลืองด้วย"

พระราชนิพนธ์เรื่อง ใต้เมฆที่เมฆใต้ จำนวน 169 หน้า เป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2538 ซึ่งเป็นปีของการเฉลิมฉลอง 20 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน การเสด็จฯ ครั้งนั้น นอกจากจะได้ทอดเนตรสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว ยังได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมสถาบันทางวิชาการที่น่าสนใจ เช่น พิพิธภัณฑ์มณฑลยูนนานโรงงานผลิตยานครคุนหมิง มหาวิทยาลัยยูนนาน สวนพฤกษศาสตร์สมุนไพร สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนสิบสองปันนา ฯลฯ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมความรู้อันสำคัญยิ่ง

พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ เรื่องทวิภาคสัญจร จำนวน 245 หน้า เป็นพระราชนิพนธ์เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศฝรั่งเศสและสเปน ระหว่างวันที่ 16-31 พ.ค. 2535 เสด็จทอดพระเนตรสถานที่สำคัญของฝรั่งเศสหลายแห่ง อาทิ หอไอเฟล ประสาทแวงแซน ร้านหนังสือ FNAC และเสด็จฯ ไปยังสำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโกเพื่อทรงร่วมฉลองวันพระราชสมภพครบรอบ 100 ปี สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก นอกจากนี้ ยังเสด็จฯ ทอดพระเนตรสถานที่สำคัญของสเปน เช่น โบสถ์ใหญ่ที่สุดในสเปน วัง Alcazar เป็นต้น

พระราชนิพนธ์ เรื่องทัศนะจากอินเดีย จำนวน 424 หน้า เป็นบันทึกเรื่องราวการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐอินเดีย ระหว่างวันที่ 10-28 มี.ค. 2530 ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งได้เสด็จเยือนเมืองสำคัญต่างๆ ของอินเดีย ตั้งแต่นครกัลกัตตา เมืองโครักขะปุระ ปัตนะ พาราณสี ศรีนาคาร์ และกรุงเดลี ทรงทอดพระเนตรสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศาสนา และศิลปวัฒนธรรมหลายแห่ง

พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เรื่องไทยเที่ยวพม่า จำนวน 297 หน้า เป็นพระราชนิพนธ์ที่ทรงบันทึกไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมสหภาพพม่า หรือสหภาพพม่าในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 21-31 มี.ค. 2529 ตามคำกราบทูลเชิญของท่าน อู เนวิน ประธานพรรคโครงการสังคมนิยมพม่าในขณะนั้น โดยเป็นการเสด็จฯ เยือนประเทศพม่าเป็นครั้งแรกของพระองค์ เนื้อหาส่วนใหญ่ทรงเล่าถึงสภาพบ้านเมือง ภูมิประเทศ ความเป็นอยู่ โบราณวัตถุ โบราณสถาน ซึ่งงดงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การพัฒนาประเทศ ฯลฯ แทรกด้วยสาระหน้ารู้และมีภาพประกอบจำนวนมาก

พระราชนิพนธ์หนังสือเรื่องเบอร์ลินสิ้นกำแพง จำนวน 179 หน้า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชนิพนธ์เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ระหว่างวันที่ 21-24 พ.ค. 2538 การเสด็จฯ เยือนต่างประเทศในครั้งนี้คือ การเสด็จฯ ทรงเปิดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสฉลอง สิริราชสมบัติครบ 50 ปี ณ Kurzentrum นคร แฟรงก์เฟิร์ต ซึ่งเป็นการจัดนิทรรศการครั้งแรกในทวีปยุโรป และทรงพบประธานาธิบดี (Prof.Dr.Roman Herzog) แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ที่นครเบอร์ลิน n

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน