posttoday
แบงก์เบอร์ 1 ญี่ปุ่นปรับทัพรับคน

แบงก์เบอร์ 1 ญี่ปุ่นปรับทัพรับคน

09 สิงหาคม 2560

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ ปัญหาธุรกิจญี่ปุ่นขาดแคลนพนักงาน

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ปัญหาธุรกิจญี่ปุ่นขาดแคลนพนักงาน

ไม่ใช่เรื่องใหม่ และนับเป็นความท้าทายอันยาวนานของทั้งภาคเอกชนและภาครัฐมาโดยตลอด ซึ่งในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดังกล่าว ธุรกิจญี่ปุ่นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นนิสสัน มอเตอร์ หรือโซนี่ จึงเริ่มเปิดรับ ชาวต่างชาติเข้ามาร่วมงานกับบริษัทมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจออกสู่ตลาดต่างประเทศ

ความเคลื่อนไหวที่ว่ายังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมธนาคารด้วยเช่นกัน โดยล่าสุด มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (เอ็มยูเอฟจี) ธนาคารรายใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เริ่มประกาศรับพนักงานต่างชาติผ่านโครงการฝึกงาน เพื่อหวังดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถมาช่วยบริหารงานธนาคาร

ทั้งนี้ เอ็มยูเอฟจีเปิดโครงการสรรหาพนักงานต่างชาติเมื่อปี 2015 ด้วยการดึงตัวนักศึกษามหาวิทยาลัย ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐและอังกฤษ มาฝึกงานกับบริษัทแล้วรับ เข้าเป็นพนักงานประจำสำนักงานใหญ่ ที่ญี่ปุ่นเมื่อฝึกงานเสร็จสิ้นแล้ว

"เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่สามารถจูงใจนักศึกษาจบใหม่ที่มีความสามารถและกระตือรือร้นสูงมาร่วมงานกับเราผ่านโครงการฝึกงาน" เคอิจิ ฮอตตะ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของเอ็มยูเอฟจี กล่าวพร้อมเสริมว่า บริษัทตั้งใจใช้โครงการนี้ปั้นกลุ่ม ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะมีบทบาทขับเคลื่อนการขยายตัวของธนาคารในอนาคต

แม้การเปิดรับชาวต่างชาตินับเป็นการปรับเปลี่ยนในแง่บวก แต่ มาโกโตะ คุโรดะ นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทบริหารหลักทรัพย์ ซีแอลเอสเอ ในญี่ปุ่น กล่าวว่า เอ็มยูเอฟจีจำเป็นต้องสร้างออฟฟิศที่มีบรรยากาศการทำงานคึกคักน่าดึงดูด และมอบโอกาสให้พนักงานสามารถเติบโตในสายงาน เพื่อรักษากลุ่มบุคลากรที่มีความสามารถเหล่านั้นไว้

การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักศึกษาจบใหม่ให้เข้ามาร่วมงานกับธนาคารญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งไม่เพียงเป็นการปรับตัวรับมือปัญหาการขาดแคลนบุคลากรเท่านั้น แต่ยังเป็นการเบนเข็มมุ่งสู่การเป็นธนาคารระดับโลก ที่ไม่ได้จำกัดการทำธุรกิจอยู่แค่ตลาดบ้านเกิดในญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ตลาดต่างประเทศกำลัง มีบทบาทมากขึ้นต่อการทำธุรกิจของเอ็มยูเอฟจี โดยบลูมเบิร์กรายงานว่า ในปีงบการเงินก่อนหน้าที่สิ้นสุดเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ผลกำไรก่อน หักภาษีของเอ็มยูเอฟจีถึง 41% มา จากต่างประเทศ ขณะที่พนักงานราว 2 ใน 5 ของจำนวนทั้งหมดที่ 1.5 แสนราย ปฏิบัติงานอยู่ในต่างประเทศ ไม่ใช่ที่ญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เอ็มยูเอฟจีและธนาคารญี่ปุ่นรายใหญ่อีก 2 แห่ง เข้าซื้อกิจการต่างแดนวงเงินกว่า 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.79 ล้านล้านบาท) เพื่อหนี จากตลาดญี่ปุ่นที่เริ่มซบเซาลง โดย เอ็มยูเอฟจีถือหุ้นในสถาบันการเงิน มอร์แกน สแตนเลย์ สัดส่วนกว่า 1 ใน 5 ล่าสุดนั้นเอ็มยูเอฟจีเปิดเผยเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า กำลังเตรียมซื้อธุรกิจบริหารจัดการหลักทรัพย์ใน ต่างประเทศทั่วโลก วงเงิน 9,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.99 แสนล้านบาท) n

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน