posttoday
บิตคอยน์ทุบสถิติ หวั่นฟองสบู่ท่วมตลาด

บิตคอยน์ทุบสถิติ หวั่นฟองสบู่ท่วมตลาด

09 สิงหาคม 2560

นันทิยา วรเพชรายุทธการทำราคาพุ่งขึ้นไปทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ทะลุ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ/หน่วย (กว่า 1.16 แสนบาท) ทำให้สกุลเงินดิจิทัลแบบเข้ารหัส (Cryptocurrency) ที่ดังที่สุดอย่าง "บิตคอยน์" ได้รับการจับตามองทั่วโลกอีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยความสนใจเข้าไปลงทุนเพราะไม่อยากตกรถ หรือด้วยความกังวลว่าจะเกิดฟองสบู่สินทรัพย์ครั้งใหม่ขึ้นอีก

นันทิยา วรเพชรายุทธ

การทำราคาพุ่งขึ้นไปทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ทะลุ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ/หน่วย (กว่า 1.16 แสนบาท) ทำให้สกุลเงินดิจิทัลแบบเข้ารหัส (Cryptocurrency) ที่ดังที่สุดอย่าง "บิตคอยน์" ได้รับการจับตามองทั่วโลกอีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยความสนใจเข้าไปลงทุนเพราะไม่อยากตกรถ หรือด้วยความกังวลว่าจะเกิดฟองสบู่สินทรัพย์ครั้งใหม่ขึ้นอีก

หากเป็นอย่างหลังก็จะถือได้ว่าเป็นฟองสบู่ลูกใหม่ของโลกที่น่ากลัวไม่แพ้ฟองสบู่ลูกก่อนๆ หน้านี้ เพราะแม้จะมา "ใหม่" แต่ก็ "ใหญ่" เกินหน้าเกินตาการเก็งกำไรยุคเก่าๆ หลายตัวในวันนี้ไปแล้ว

ในรายงานของรอยเตอร์สซึ่งอ้างอิงข้อมูลอุตสาหกรรมนี้จากบริษัท คอยน์มาร์เก็ตแคป พบว่า มูลค่าตลาดรวมของเงินคริปโตทั้งหมดเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2017 อยู่ที่ 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.81 แสนล้านบาท) นำโดยสกุลเงินบิตคอยน์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดเกือบ 90%

ทว่า ผ่านมายังไม่ทันข้ามปี มูลค่าตลาดเงินคริปโต ณ ปัจจุบันนี้ได้พุ่งขึ้นไปกว่า 7 เท่า อยู่ที่ราว 1.2 แสนล้านดอลลาร์ (เกือบ 4 ล้านล้านบาท) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่มาร์เก็ตแชร์ ของเงินบิตคอยน์ลดลงเกือบครึ่งเหลืออยู่ที่ 46% เท่านั้น

หรือเท่ากับว่าเมื่อนำมูลค่าของเงินเสมือนจริงมาเทียบในโลกของความเป็นจริงนี้ จะมีมูลค่าเทียบเท่ากับการนำวาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่อย่าง โกลด์แมน แซคส์ มาผนึกรวมเข้ากับธนาคาร รอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) ได้เลยทีเดียว

ความสำเร็จของรุ่นพี่เบอร์ 1 อย่างบิตคอยน์ และเบอร์ 2 อย่าง อีเธอเรียม (Ethereum) ทำให้มีการแตกสกุลเงินคริปโตอื่นๆ ออกมากันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการออกมาด้วยวิธีการเสนอขายเหรียญในระยะเริ่มต้น (Initial Coin Offering : ICO) คล้ายกับไอพีโอ (Initial Public Offering : IPO) ที่เป็นการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก โดยนับเป็นวิธีการระดมทุนแบบใหม่ของสตาร์ทอัพหลายรายบนบล็อกเชนในทุกวันนี้ ต่างไปจากแบบเดิมที่ผ่านๆ มา ซึ่งมักระดมทุนผ่านเวนเจอร์แคปปิตอลเป็นหลัก

ไอซีโอนั้นคือการระดมทุนโดยเปิดตัวเงินคริปโตสกุลใหม่ที่จะใช้ในบริษัท (โทเคน) บนหลักการที่ว่าเงินคริปโตทุกตัวล้วนมีปริมาณจำกัด ไม่สามารถเพิ่มได้อีกเมื่อถึงลิมิตที่ตั้งเอาไว้ เช่น บิตคอยน์ที่ตั้งไว้ 21 ล้านบิตคอยน์ ดังนั้นหากเข้าไปซื้อได้ก่อนในราคาถูกก็ย่อมมีโอกาสที่จะขายทำกำไรในภายหลังที่ราคาสูงขึ้นได้ เหมือนกับบิตคอยน์ที่ทำราคาจากร้อยกว่าขึ้นเป็น 3,500 ดอลลาร์

เมื่อตลาดยังอยู่ในช่วงต้นและยังไม่มีหน่วยงานใดในโลกที่ออกกฎหมายควบคุมการระดมทุนด้วยวิธีนี้ จึงส่งผลให้ไอซีโอเติบโตขึ้นอย่างร้อนแรงมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยซีเอ็นบีซีได้รายงานอ้างข้อมูลจากคอยน์สเก็ตจูล และธนาคารต่างๆ ว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2017 มานี้ การระดมทุนผ่านไอซีโอ มีมูลค่าถึง 1,250 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.15 หมื่นล้านบาท) และแซงหน้าการระดมทุนแบบเก่าอย่างเวนเจอร์แคปปิตอลไปได้แล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา

ความน่ากังวลของเงินคริปโตนั้นไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่ของมูลค่าตลาดหรือการเติบโตอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น เพราะการเก็งกำไรรูป แบบอื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ปัญหาก็คือวงการเงินคริปโตยังไร้ การออกกฎควบคุม ทั้งที่อุตสาหกรรมนี้เริ่มขยายตัวออกไป "นอกวง" เข้าสู่ตลาดแมสของคนทั่วไปมากขึ้นทุกขณะ

จึงไม่น่าแปลกใจหากหน่วยงานของรัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกจะเริ่มถกกันอย่างจริงจังเพื่อวางกรอบเบื้องต้นให้เงินคริปโต โดยเริ่มที่การคุมไอซีโอ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้ามาควบคุมอุตสาหกรรมนี้ ที่จนถึงปัจจุบันก็ยังแทบไม่มีประเทศไหนรับรองให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระหนี้และค่าสินค้าบริการได้ตามกฎหมาย ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงการยอมรับว่าบิตคอยน์ไม่ผิดกฎหมาย และอนุญาตให้มีการซื้อขายผ่านสกุลเงินท้องถิ่นได้เท่านั้น

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เป็นหน่วยงานตลาดหุ้นแห่งแรกที่ออกมาตั้งเงื่อนไขกำกับไอซีโอเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าการทำธุรกรรมไอซีโอจะต้องเป็นไปตามกฎหมายการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งไม่เพียงแต่ฝั่งสหรัฐเท่านั้น หลายประเทศยังเตรียม ที่จะดำเนินการทำนองเดียวกัน เพื่อควบคุมไอซีโอที่กำลังขยายตัวอย่างร้อนแรง

สิงคโปร์ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของไอซีโอ ในฐานะศูนย์กลางฟินเทคที่เป็นแหล่งระดมทุนรายใหญ่ในฝั่งเอเชีย เริ่มมีสัญญาณออกมาจากธนาคารกลางสิงคโปร์ (เอ็มเอเอส) ว่า จะเริ่มออกกฎควบคุมไอซีโอบางรายการ หากดูทรงแล้วมีความคล้ายคลึงว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายในกฎหมายการซื้อขาย หลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ขณะที่มีข่าวว่าทางการจีนก็อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อวางกฎควบคุมไอซีโอเช่นกัน

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าความเสี่ยงอย่างหนึ่งของเงินคริปโตนั้น นอกจากจะไร้การควบคุมจากรัฐโดยขึ้นอยู่กับการควบคุมกันเองผ่านระบบบล็อกเชนเพียงอย่างเดียวแล้ว ก็ยัง มาจากการแตกตัวของเงินสกุลใหม่ (Fork) โดยที่ไม่ได้มีพื้นฐานอะไรรองรับ แต่ขึ้นอยู่กับความเชื่อของผู้เล่นเเป็นหลัก เช่น บิตคอยน์แคช ซึ่งเป็นร่างโคลนของบิตคอยน์เพื่อนำมาแก้ปัญหาให้การทำธุรกรรมรวดเร็วขึ้น โดยบิตคอยน์แคชมีมูลค่าพุ่งไปกว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (เกือบ 4 แสนล้านบาท) หลังเปิดตัวได้เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง

ภายใต้ความเชื่อว่าเงินคริปโตที่นำโดยบิตคอยน์และอีเธอเรียมจะยังไปได้อีกไกล ตราบใดที่การเข้าควบคุมของรัฐยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า จะทำให้วงการคริปโตขยายตัวไปได้อีกมาก โดย ที่ผู้เล่นเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงของ การลงทุนขนาดใหญ่ ทว่าเปราะบางราวฟองสบู่เช่นนี้ว่าจะเชื่อมั่นไป อีกไกลเพียงใด n

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน