
เดินหน้าอย่างมั่นใจ เอชพีโตสวนทิศตลาด
เรื่อง | ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญตั้งแต่เปิดให้บริการในธุรกิจกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ พรินเตอร์ และอินโนเวชั่นมาตลอด หลังแยกตัวจากบริษัทเดิม ผลประกอบการตลอด 1 ปีครึ่งของเอชพี อิงค์มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เรื่อง | ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ตั้งแต่เปิดให้บริการในธุรกิจกลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ พรินเตอร์ และอินโนเวชั่นมาตลอด หลังแยกตัวจากบริษัทเดิม ผลประกอบการตลอด 1 ปีครึ่งของเอชพี อิงค์มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปวิณ วรพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) เปิดเผย ถึงการเติบโตของบริษัทในปีนี้ว่า ภาพรวม ของเอชพีในปีนี้ยังคงมีทิศทางที่ดีอย่าง ต่อเนื่อง จากยอดขายในกลุ่มเครื่องพิมพ์โต 2% และเครื่องพิมพ์แบบส่วนตัวโต 10% ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ยอดขายโตพร้อมกันตั้งแต่ปี 2553
เช่นเดียวกับในกลุ่มพีซีที่ทำให้ เอชพีทวงคืนตำแหน่งอันดับ 1 ระดับโลก ด้วยการโต 10% ในทุกภูมิภาคทำให้ยอดขายสูงถึง 1.24 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้านตลาดประเทศไทยก็ยังโตกว่า ทุกตลาดในทุกกลุ่มและเอชพียังมีการเติบโตในกลุ่มคอนซูเมอร์ ยืนยันได้จาก รายงานของไอดีซี ไตรมาสแรกปี 2560 ที่ระบุว่า เอชพีมีความแข็งแรงในกลุ่มพีซีคอนซูเมอร์ จากตลาดรวมที่มีอัตราการเติบโตติดลบ 6.3% แต่เอชพีกลับเติบโตเพิ่มขึ้น 33.4% เทียบไตรมาสต่อไตรมาสและปัจจุบันเป็นผู้นำอันดับ 2 ของตลาด
จุดเด่นของบริษัทที่ทำให้มีการเติบโตในกลุ่มเครื่องพิมพ์คือ สินค้ามีจำนวนมาก ครอบคลุมความต้องการของทุกกลุ่มลูกค้า รวมทั้งมีแผนจะนำ เครื่องพิมพ์ที่เจาะกลุ่มโมบายในอนาคตเพื่อรองรับการเติบโต แม้ว่าความต้องการงานพิมพ์จะเปลี่ยนไปให้ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเอสเอ็มอีมากขึ้นและควรพิมพ์งานได้ทุกประเภทตามความต้องการ เช่น งานพิมพ์ฉลากบนขวดไวน์ที่ 75% ของงานพิมพ์ในตลาดจะใช้เครื่องพิมพ์ของเอชพี
ทั้งนี้ การพิมพ์ในกลุ่ม 3D ก็มีโอกาสเติบโตไม่แพ้กัน เพราะมีการใช้งานในเชิงตัวอย่างสินค้าจริงได้ ทำให้งานออกแบบสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ชิ้นส่วนรถยนต์ ตัวอย่างรองเท้า ที่แบรนด์ระดับโลกมีการนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง ส่วนในไทยอาจดูที่ความพร้อมของตลาดและทีมพาร์ตเนอร์ในการให้บริการลูกค้าก่อน
นอกจากนี้ เอชพีจะเข้ามาดิสรัพตลาดเครื่องพิมพ์เอ 3 ที่มีมูลค่ากว่า 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยบริษัทได้เข้าซื้อกลุ่มกิจการนี้มาจากซัมซุงเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในช่วงของการรวมกิจการและทีมงานในแต่ละประเทศ สำหรับในไทยคาดว่าจะเสร็จสิ้นประมาณไตรมาส 3-4 ปีนี้
"ความต้องการเรื่องงานเอกสารขององค์กรในปัจจุบันจะมีเรื่องของระบบ รักษาความปลอดภัยมากขึ้น เพราะอาชญากรไซเบอร์ที่สามารถเจาะระบบองค์กรได้ ย่อมขโมยข้อมูลหลังการพิมพ์ได้ และมีเครื่องพิมพ์ของแบรนด์ชั้นนำอีกมากที่ไม่ได้มีซอฟต์แวร์ป้องกันความปลอดภัยเหล่านี้" ปวิณ กล่าว
ขณะที่การสั่งงานพิมพ์ในองค์กรจะสั่งผ่านสายแลน ซึ่งพนักงานหรือองค์กรไม่มีทางทราบได้เลยว่า ข้อมูลที่สั่งพิมพ์ออกมานั้นจะถูกก๊อบปี้ข้อมูลก่อนถึงมือหรือถูกขโมยไปหรือไม่ ซึ่งวิธีการเข้าถึงระบบกลางของงานพิมพ์คือ การดาวน์โหลดอีเมลหลอกลวงพนักงานในตำแหน่งสำคัญภายในองค์กร ดังนั้น ถ้าไม่ระวังย่อมถูกขโมย ล็อกอินหรือการเข้าถึงข้อมูลของพนักงานคนนั้นๆ ได้
ดังนั้น เอชพีจึงเดินหน้าระบบรักษาความปลอดภัยที่เรียกว่า The Big 3 เพื่อป้องกันปัญหาการเจาะข้อมูลระหว่างเกตเวย์และการใช้งานเครื่องพิมพ์และคอมพิวเตอร์ปลอดภัย โดยแบ่งเป็น 3 วิธีการ คือ 1.เมื่อมีคนโจมตีระบบ จะมีการป้องกันการเข้าถึง 2.เช็กปัญหาผ่านแอพที่ชื่อว่า Whitelisting และ 3.แจ้งบอกระบบเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้เก็บข้อมูลเดิมส่วนหนึ่งและลบการโจมตีทิ้งเพื่อโคลนนิ่งและกู้คืนข้อมูลเดิมไปที่จุดเริ่มต้น
"บริษัทยังเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเพื่อให้ลูกค้าคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ มากกว่าแข่งขันกันเรื่องราคา ซึ่งบริษัทจะไม่เน้นสินค้าที่ราคา ถูกเพียงอย่างเดียว แต่เน้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การทำงานและปลอดภัยต่อการถูกจู่โจม" ปวิณ กล่าว
พร้อมกันนี้ บริษัทยังมุ่งเดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำด้านโทเทิล เซอร์วิส โซลูชั่น ในการนำนวัตกรรมการให้บริการที่ตอบโจทย์องค์กรและช่วยลดต้นทุนในการให้บริการ รวมทั้งมีการนำเสนอ DaaS (Device as a service)
โซลูชั่นที่เน้นทั้งการบริหารจัดการและความปลอดภัย ที่มีความแตกต่างจากสัญญาเช่าซื้อทั่วไป ด้วยการแยกสัญญาการจัดซื้อ ติดตั้งและบำรุงรักษา เพื่อให้องค์กรคำนวณค่าใช้จ่ายประจำปีได้
สำหรับการทำตลาดในอนาคตนั้น บริษัทมองกลุ่มสตาร์ทอัพหรือเอสเอ็มอี มากขึ้น เพราะธุรกิจเหล่านี้มีการเติบโต สูงโดยกลุ่มเฮลท์แคร์ ที่เน้นการพิมพ์ที่มีคุณภาพ เช่น ข้อมูลผู้ป่วย ผลตรวจหรือฉลากติดอุปกรณ์ ล้วนแล้วแต่ต้อง พิมพ์บนพลาสติกที่ป้องกันการลบเลือนจากน้ำและเวลาได้ ทำให้คุณภาพของ งานพิมพ์จะต้องดีกว่าเดิม รวมทั้งข้อมูล ผู้ป่วยควรมีการจัดเก็บได้ทั้งแบบกระดาษและฐานข้อมูลกลาง เมื่อเกิดปัญหา สามารถค้นหาและนำมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
ทางด้านค้นคว้าและวิจัย ทาง เอชพียังคงโฟกัสในเรื่องของนวัตกรรมสำหรับงานพิมพ์เสมอ ซึ่งมีการค้นคว้าและวิจัยตามศูนย์ต่างๆ ทั่วโลก แต่ยังไม่มีแผนเปิดศูนย์ดังกล่าวในไทย
เมื่อการทำตลาดเครื่องพิมพ์ทุกแบรนด์ก่อนหน้านี้ ล้วนเจอปัญหาธุรกิจงานพิมพ์ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่การแก้เกมของยักษ์ใหญ่อย่างเอชพี จะช่วยสร้างโอกาสให้กลับมา เติบโตได้เหมือนเดิมหรือไม่ ต้องรอดูยาวๆ เพราะคู่แข่ง จากญี่ปุ่นก็ยังมีส่วนแบ่งตลาดและโอกาสที่ดีไม่แพ้กัน n







