
ขุมทรัพย์ในอากาศ (1)
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.หนึ่งในหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คือ การบริหารคลื่นความถี่ รวมถึงการให้ใบอนุญาตให้กับผู้ที่เหมาะสมเข้ามาใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่นั้น ด้วยหน้าที่นี้ของ กสทช. ทำให้ กสทช.สามารถสร้างรายได้มากถึงหลายแสนล้านบาทในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.
หนึ่งในหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คือ การบริหารคลื่นความถี่ รวมถึงการให้ใบอนุญาตให้กับผู้ที่เหมาะสมเข้ามาใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่นั้น ด้วยหน้าที่นี้ของ กสทช. ทำให้ กสทช.สามารถสร้างรายได้มากถึงหลายแสนล้านบาทในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
จริงๆ แล้วก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าคลื่นความถี่สำหรับการสื่อสารนั้นไม่มีอยู่จริงตามธรรมชาติ ไม่เหมือนทรัพยากรอื่นๆ ของรัฐ เช่น ที่ดิน น้ำมัน แท้จริงแล้วคลื่นความถี่นั้นเป็นเสมือนอากาศเท่านั้น นั่นแปลว่า กสทช.สามารถสร้างรายได้จากอากาศให้รัฐได้มากถึงหลายแสนล้านบาทเชียวเหรอ
คลื่นความถี่เกิดได้จากการที่มีอุปกรณ์บางอย่างสร้างขึ้นมา เช่น หากเราต้องการคลื่นความถี่ย่าน 500 MHz เราก็ต้องมีอุปกรณ์ที่สร้างคลื่นความถี่ย่าน 500 MHz ขึ้นมา โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้จะทำหน้าที่สร้างและส่งคลื่นความถี่ที่ถูกสร้างขึ้นไปในอากาศ อุปกรณ์ภาครับก็รับคลื่นความถี่นี้จากอากาศแล้วนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นว่าแท้จริงแล้วคลื่นความถี่ไม่ได้มีอยู่เดิมตามธรรมชาติ คลื่นความถี่เกิดจากอุปกรณ์ของผู้ที่ต้องการจะใช้งานสร้างขึ้นมาเพื่อใช้คลื่นความถี่นั้นเอง
เมื่อเป็นเช่นนี้ กสทช.เอาความชอบธรรมอะไรมาบริหารจัดการ รวมถึงกำหนดให้ใครใช้คลื่นความถี่อะไร ใครห้ามใช้คลื่นความถี่อะไร เพราะในเมื่อคลื่นความถี่เกิดจากอุปกรณ์ที่สร้างขึ้น ดังนั้น หากใครมีอุปกรณ์สร้างคลื่น ก็มีสิทธิที่จะสร้างคลื่นความถี่เพื่อใช้งานตามความต้องการของตนเองได้เลย
แต่ด้วยคุณสมบัติข้อหนึ่งที่สำคัญของคลื่นความถี่คือคลื่นความถี่เดียวกันไม่สามารถใช้พร้อมกันในสถานที่และเวลาเดียวกันได้ เพราะจะเกิดการรบกวนกัน การรบกวนกันมีผลตั้งแต่ใช้ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพจนไปถึงไม่สามารถใช้คลื่นความถี่นั้นๆ ได้เลย ด้วยคุณสมบัติข้อนี้ของคลื่นความถี่นี่เองที่ทำให้จำเป็นต้องมีหน่วยงานหนึ่งทำหน้าที่ในการกำหนดว่าให้ใครใช้คลื่นความถี่ไหน ณ ที่ไหน ในช่วงเวลา รวมถึงเงื่อนไขทางเทคนิคต่างๆ ที่ทำให้ทุกคนที่ประสงค์จะใช้คลื่นความถี่สามารถใช้ได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับประเทศไทย กฎหมายกำหนดให้ กสทช.เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ในการบริหารคลื่นความถี่ รวมถึงคัดเลือกผู้ที่จะมีสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ ซึ่งด้วยอำนาจหน้าที่นี้เองที่ทำให้ กสทช.สามารถสร้างรายได้ให้รัฐมหาศาล เพราะปัจจุบันคลื่นความถี่สามารถนำไปใช้เพื่อให้บริการได้หลากหลาย อาทิ บริการโทรทัศน์เคลื่อนที่ 4จี หรือบริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ล้วนแต่ใช้คลื่นความถี่ในการให้บริการทั้งนั้น แล้วลองคิดดูว่าบริการเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ที่มีสิทธิในการใช้งานมากขนาดไหน จึงไม่น่าแปลกใจที่การประมูลเพื่อให้ได้สิทธิการใช้คลื่นความถี่เหล่านี้ถึงสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับรัฐ
เมื่อเป็นเช่นนี้มูลค่าของคลื่นความถี่จึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยตัวของคลื่นความถี่เอง มูลค่าของคลื่นความถี่เกิดจากการที่คลื่นความถี่ถูกนำไปใช้งาน และจะมีมูลค่าสูงหรือต่ำก็ขึ้นกับขอบเขตและเงื่อนไขของการใช้งาน เช่น ถึงแม้ว่าจะมีเงื่อนไขทางเทคนิคเหมือนกัน แต่หากคลื่นความถี่เดียวกันหากใช้กับอีกบริการหนึ่งอาจจะมีมูลค่าน้อยกว่าใช้กับอีกบริการหนึ่งก็เป็นไปได้ ดังนั้นคลื่นความถี่จะเป็นขุมทรัพย์ของชาติหรือไม่ จึงขึ้นกับ กสทช.ที่เป็นผู้บริหารจัดการ n
(โปรดติดตามตอนต่อไป)







