posttoday
อาเซียน ทศวรรษที่ 6 สู่ยุคเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนขั้ว

อาเซียน ทศวรรษที่ 6 สู่ยุคเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนขั้ว

08 สิงหาคม 2560

ปิยนุช ผิวเหลืองในโอกาสครบรอบ 50 ปีอาเซียน เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดงาน ASEAN 50th Anniversary พร้อมจัดสัมมนาในหัวข้อ "เหลียวหลัง แลหน้า 50 ปี อาเซียน" โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ร่วมเสวนาประเด็น ประวัติศาสตร์อาเซียน ความสำเร็จจากการร่วมมือของอาเซียนในปัจจุบัน และทิศทางในอนาคตที่อาเซียนควรก้าวต่อไป

ปิยนุช ผิวเหลือง

ในโอกาสครบรอบ 50 ปีอาเซียน เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดงาน ASEAN 50th Anniversary พร้อมจัดสัมมนาในหัวข้อ "เหลียวหลัง แลหน้า 50 ปี อาเซียน" โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ร่วมเสวนาประเด็น ประวัติศาสตร์อาเซียน ความสำเร็จจากการร่วมมือของอาเซียนในปัจจุบัน และทิศทางในอนาคตที่อาเซียนควรก้าวต่อไป

เดช บุนนาค อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานว่า จากการ ก่อตั้งอาเซียนเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2510 กระทั่งถึงปี 2534 เป็นช่วงเวลาที่อาเซียนเสียไปกับการแก้ไขปัญหาภายในประเทศเป็นหลัก ทั้งสงครามเวียดนาม ภัยคอมมิวนิสต์ ปัญหาเขมรแดง เป็นต้น โดยความร่วมมือทางเศรษฐกิจเริ่มเกิดขึ้นหลังปี 2534 เป็นต้นมา ซึ่งไทยมีบทบาทนำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ที่เป็นผู้ริเริ่มเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) โดยประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนตั้งอยู่บนพื้นฐานนี้

ทั้งนี้ 2 ปีที่ผ่านมาจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังนั้นอาเซียนต้องขจัดปัญหา การเมืองระหว่างประเทศ ปัญหาความมั่นคง และข้อพิพาทตามแนวชายแดนให้หมดไป รวมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมต้องดำเนินภายใต้สำนึกการเป็นประชาคมเดียวกันจริงๆ

โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงสถานการณ์อาเซียนภายหลังการจัดตั้งเขตการค้าเสรี ทำให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเห็นเป็น รูปธรรมมากขึ้น ซึ่งจากเป้าหมายการเป็นประชาคมเศรษฐกิจในปี 2558 (AEC Blueprint 2015) อาเซียนจะมุ่งสู่ 1.การเป็นตลาด และฐานการผลิตเดียวกัน 2.การเป็นภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง 3.การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก และ 4.การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม

"ผลจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ การเปิดเสรีการค้า โดยปัจจุบันลดภาษีสินค้าระหว่างกันเป็น 0% เกือบทุกรายการ ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2536 รวมทั้งการเปิดเสรีการค้าบริการ ที่อนุญาตให้นักลงทุนจากอาเซียนถือหุ้นในธุรกิจบริการได้อย่างน้อย 70%" โชติมา กล่าว

นอกจากนี้ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ทำให้เกิดการจัดทำเขตการค้าเสรี ร่วมกับ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ขณะที่ จุดด้อยของอาเซียน คือ การนำกรอบการเจรจาสู่การปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมในประเทศนั้นๆ โดยที่ผ่านมาการเจรจาหารือส่วนใหญ่มักจบลงจากที่ประชุม อาเซียนจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาจุดนี้ให้เสียงของประเทศสมาชิกเป็นเสียงเดียวกัน

กรกฎ ผดุงจิตต์ เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับอาเซียนในอนาคตมองว่ายังคงเป็นการพัฒนาแบบไม่หวือหวา แต่อาเซียนมีโอกาสจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนขั้วอำนาจของประเทศมหาอำนาจจากสหรัฐอเมริกา สู่จีนและอินเดีย ซึ่งภูมิภาคอาเซียนอยู่ระหว่างประเทศมหาอำนาจเหล่านี้ ควรใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้น พัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค

สุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาอาเซียนสนับสนุนด้านสิทธิต่างๆ ของประชาชนในภูมิภาค ผ่านการสนับสนุนงานวิจัย แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เช่น กรณีเขตพิพาทชายแดนไทยกัมพูชา ภาคประชาสังคมอาเซียนได้เคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิทธิคนในพื้นที่ แต่รัฐบาล ทั้งสองประเทศไม่ได้ให้ความสำคัญ มากนัก ซึ่งอุปสรรคสำคัญ คือ ข้อตกลงการไม่ก้าวก่ายกิจการภายในระหว่างกัน และการลงประชามติเป็นเอกฉันท์ นโยบายด้านต่างๆ จึงยังขับเคลื่อนได้ช้า

และเมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศ อาเซียนจึงไม่สามารถดำรงบทบาทผู้เจรจาไกล่เกลี่ยได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน