posttoday
ยกระดับชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ก้าวไกลสู่อุตฯยานยนต์โลก

ยกระดับชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ก้าวไกลสู่อุตฯยานยนต์โลก

08 สิงหาคม 2560

อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ในปี 2555-2559 หรือในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 4% ซึ่งสูงกว่าความต้องการรถยนต์ของโลกที่ขยายตัวขึ้นกว่า 3% โดยเฉพาะในครึ่งแรกปี 2560 ไทยมีการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์เป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตจากครึ่งปีแรก 2559 ถึง 12%

อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์

ในปี 2555-2559 หรือในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 4% ซึ่งสูงกว่าความต้องการรถยนต์ของโลกที่ขยายตัวขึ้นกว่า 3% โดยเฉพาะในครึ่งแรกปี 2560 ไทยมีการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์เป็นมูลค่ากว่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตจากครึ่งปีแรก 2559 ถึง 12%

ประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย ประกอบไปด้วยกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกอย่างญี่ปุ่น สหรัฐ และกลุ่มตลาดใหม่อย่างอินโดนีเซีย เม็กซิโก อินเดีย แอฟริกาใต้ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ที่การขยายตัวของการผลิตรถยนต์ในประเทศสูง แต่ยังไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนสำคัญบางประเภทได้ จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าจากไทย

ในปี 2559 การส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ในกลุ่ม Powertrain ที่มีสัดส่วนมากกว่า 40% มีการเติบโตสูงถึง 15% จากปีก่อนหน้า ส่วนในกลุ่ม Electronics และ Body มีการเติบโตอยู่ที่ 6% เท่ากัน และกลุ่ม Suspension มีการเติบโตอยู่ที่ 4%

เมื่อพิจารณาการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ตามประเภทสินค้า พบว่าชิ้นส่วนยานยนต์ในกลุ่ม Powertrain อย่างชุดเกียร์ มีการส่งออกในช่วงปี 2555-2559 เพิ่มขึ้นกว่า 60% โดยเฉลี่ยต่อปี รองลงมาเป็นการส่งออกเครื่องยนต์ดีเซลที่มีการเติบโตกว่า 13% โดยเฉพาะในปี 2559 การส่งออกชุดเกียร์และเครื่องยนต์ดีเซล มีมูลค่าการส่งออกกว่า 2,300 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ชิ้นส่วนยานยนต์ในกลุ่ม Electronics, Suspension และ Body ที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ชุดจอแอลซีดี ชุดเบรก และชุดแต่งตัวถังรถยนต์ที่เติบโตกว่า 15% 12% และ 5% ตามลำดับ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้นทั้งหมดเป็นกลุ่มชิ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สะท้อนถึงความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ในภูมิภาค

ค่ายรถยนต์มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยมากขึ้น ด้วยการจัดตั้งศูนย์จัดหาชิ้นส่วนและกระจายชิ้นส่วนยานยนต์ไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศูนย์จัดหาชิ้นส่วนและอะไหล่ของโตโยต้า ตามมาด้วยการจัดตั้งศูนย์กระจายชิ้นส่วนของมาสด้า และศูนย์จัดหาชิ้นส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู

การเข้ามาลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนานี้ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยขนาดของห่วงโซ่อุปทานที่มีทั้งผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มากกว่า 2,000 ราย ซึ่งการขยายตัวของอุตสาหกรรมมีส่วนช่วยผลักดันให้ไทยก้าวมาเป็นผู้ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์อันดับที่ 15 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของภูมิภาคอาเซียนมานานกว่า 10 ปี

อีไอซีมองการขยายตัวในตลาดรถยนต์ของประเทศคู่ค้าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มคู่ค้าที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหม่อย่างเม็กซิโก อินเดีย อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของการผลิตรถยนต์โดยเฉลี่ยสูงกว่าการเติบโตของการผลิตรถยนต์ของโลก อีกทั้งยังมีสัดส่วนของผู้ผลิตชิ้นส่วนต่อค่ายรถเฉลี่ยต่ำกว่า 50 ราย/ค่ายรถยนต์ ในขณะที่ไทยมีสัดส่วนผู้ผลิตชิ้นส่วนประมาณ 95 ราย/ค่ายรถยนต์ ทำให้ประเทศผู้ผลิตเหล่านี้ยังมีแนวโน้มนำเข้าชิ้นส่วนจากประเทศผู้ผลิตอื่นๆ เช่น ไทย ญี่ปุ่น และเยอรมนี เป็นต้น

อย่างไรก็ดี แม้ประเทศคู่ค้าจะมีอัตราการเติบโตต่ำกว่า แต่ด้วยสัดส่วนการส่งออกรวมกันกว่า 30% หากมีการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ของทั้ง 3 ประเทศ จะส่งผลให้การส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยโตตามด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค