posttoday
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ลงทุนในออปชั่นกว่า 5 พันล้านดอลล์

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ลงทุนในออปชั่นกว่า 5 พันล้านดอลล์

02 สิงหาคม 2560

ถ้าจะบอกว่าวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ลงทุนหุ้นระยะยาว คือ นักเทรดออปชั่นที่ปลอมตัวมา ท่านจะเชื่อหรือไม่

ถ้าจะบอกว่าวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ลงทุนหุ้นระยะยาว คือ นักเทรดออปชั่นที่ปลอมตัวมา ท่านจะเชื่อหรือไม่

จริงๆ แล้วนอกเหนือจากการลงทุนในหุ้นแล้วนั้น บัฟเฟตต์ยังได้ใช้เงินกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับการลงทุนในออปชั่นควบคู่กันไปด้วย

ใช่แล้ว! บัฟเฟตต์ คนเดียวกับที่เคยพูดว่า อนุพันธ์คือระเบิดเวลาหรือขีปนาวุธร้ายแรงของมวลมนุษยชาติ ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า สื่อแทบไม่เคยพูดถึงการลงทุนของบัฟเฟตต์ด้วยการขายพุท ออปชั่นกว่า 5 หมื่นสัญญาในหุ้นโคคา- โคล่า หรือแม้กระทั่งการขายพุท 3 เดือนก่อนหน้าที่เค้าจะซื้อกิจการ เบอร์ลิงตัน นอร์ทเทิร์น ซานตา เฟ บัฟเฟตต์ไม่ได้ทำผิดพลาดหรือโชคดี แต่ตัวเค้านั้นเข้าใจปรัชญาของมันเป็นอย่างดีต่างหาก

วันนี้เราจะมาดูกันว่าบัฟเฟตต์ทำเงินและกำไรก้อนโตจนขยายบริษัทจากขนาด 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ไปเป็น 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ได้ แถมด้วยกลยุทธ์ชั้นเซียนของบัฟเฟตต์ในใช้โอกาสขายพุทออปชั่นในช่วงวิกฤตการณ์เศรษฐกิจปี 2551 ซึ่งผู้อ่านก็สามารถนำหลักความคิดไปของบัฟเฟตต์ไปใช้กับการลงทุนของตนเองได้เช่นกัน

1.บัฟเฟตต์กับการขายพุทออปชั่นเพื่อลดต้นทุนในการซื้อหุ้นที่เขาต้องการ

ในเดือน เม.ย.ในปี 1993 บัฟเฟตต์ต้องการลดต้นทุนในการซื้อหุ้นบริษัท โคคา-โคล่า ซึ่งในขณะนั้นซื้อขายอยู่ที่ราคา 39 ดอลลาร์/หุ้น โดยเค้ายินดีที่จะซื้อหุ้นโคคา-โคล่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาหุ้นลดลงไม่น้อยกว่า 35 ดอลลาร์ จึงได้ทำการขายพุทออปชั่น Out-of-the-Money จำนวน 3 หมื่นสัญญาที่ราคาใช้สิทธิ 35 ดอลลาร์ (Strike Price) แลกกับค่าพรีเมียม 1.5 ดอลลาร์/หุ้น โดยสัญญาที่ทำนั้นจะหมดอายุลงใน 8 เดือนข้างหน้า

ถ้าราคาหุ้นโคคา-โคล่าลงมาจริงๆ และมีผู้ลงทุนที่ซื้อพุทออปชั่นไปและต้องการใช้สิทธิขายหุ้นที่ราคา 35 ดอลลาร์ ต้นทุนในการซื้อหุ้นโคคา-โคล่าของบัฟเฟตต์ก็จะลดลง 1.5 ดอลลาร์/หุ้นทันที เนื่องจากการได้เก็บค่าพรีเมียมมาแล้วนั่นเอง ในทางกลับกัน หากราคาหุ้นเกิดปรับตัวขึ้น บัฟเฟตต์จะได้เก็บค่าพรีเมียมนี้ไว้ และเค้าจะไม่เสียอะไรเลยอีกต่างหาก บัฟเฟตต์ยังทำการขาย พุทออปชั่นเพิ่มอีกครั้งกว่า 2 หมื่นสัญญาแลกกับค่าพรีเมียมที่ 1.65 ดอลลาร์/หุ้น ทำให้การซื้อขายครั้งนี้เขาได้รับเงินสดมามากว่า 7.8 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว

อีกเหตุการณ์คือหุ้น BNI ซึ่งเป็นบริษัทลูกของเบิร์กไชร์ ไฮท์เวย์ ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2551 บัฟเฟตต์ทำการขายพุทออปชั่นบนหุ้น BNI กว่า 5 ล้านหุ้น ที่ราคาใช้สิทธิ 80 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้เค้าลดต้นทุนในการซื้อหุ้น BNI หลายร้อยล้านดอลลาร์ ในช่วงที่ราคาหุ้นร่วงอย่างหนัก ผู้อ่านหลายๆ ท่านคงจำกันได้ว่าในช่วงปี 2551 นั้นความผันผวนของตลาดสูงมาก คนที่ขายออปชั่นที่จุดนั้นจะได้รับพรีเมียมสูงมาก นี่คือกลยุทธ์ที่บัฟเฟตต์ใช้ควบคู่ไปกับการซื้อหุ้นบริษัท เพื่อให้ได้มาซึ่งหุ้นเป้าหมายในราคาที่ต่ำลง

2.บัฟเฟตต์กับการขายพุทออปชั่นในช่วงตลาดผันผวนอย่างหนักในปี 2551

ในช่วงปี 2551 เช่นเดียวกัน ที่ความผันผวนของตลาดอยู่ในช่วงสูงสุดเป็นประวัติกาล บัฟเฟตต์ขายพุท ออปชั่นบนอินเด็กซ์หลักทั้งหมด 4 ตัว ได้แก่ S&P500, FTSE100, Euro Stoxx 50 และ Nikkei 225 โดยสัญญาจะหมดอายุในช่วง 15 ปี และ 20 ปีข้างหน้า คิดเป็นมูลค่าขนาดสัญญารวมกันกว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยที่สัญญาแรกจะหมดอายุลง ณ วันที่ 9 ก.ย. 2552 และสัญญาสุดท้ายหมดวันที่ 4 ม.ค. 2571 จากการใช้กลยุทธ์นี้ บัฟเฟตต์ได้เก็บค่าพรีเมียมไปแล้วกว่า 4,900 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเขาได้นำเงินนี้ไปลงทุนตามที่เค้าวางแผนและได้สร้างผลตอบแทนที่ดีระดับหนึ่งในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

ที่สำคัญเค้ายังไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินออกไปเลยเพราะการชำระเงินหรือหนี้จะเกิดขึ้น ณ วันหมดอายุเท่านั้น นอกจากนี้ ณ ตอนที่บัฟเฟตต์ขายพุทออปชั่นไปในปี 2551 นั้น ดัชนี S&P500 อยู่ที่ประมาณ 1,300 จุด แต่ในขณะนี้ ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ราว 2,400-2,500 จุดแล้วนะครับ

สำหรับบัฟเฟตต์นั้นหากเขาจะเริ่มขาดทุนจากการขายออปชั่นดังกล่าวดัชนีทั้งสี่จะต้องปรับลดลงไปอย่างน้อยเท่ากับระดับในปี 2551 และเขาจะประสบภาวะขาดทุนอย่างมากหากดัชนีปรับลดลงไปเหลือที่ศูนย์จุด ณ วันหมดอายุ ซึ่งความเป็นไปได้น้อยมาก

คนส่วนใหญ่มักจะพูดถึงเฉพาะแนวทางการลงทุนระยะยาวหรือซื้อแล้วถือยาวของบัฟเฟตต์ แต่นั่นไม่ใช่กลยุทธ์การลงทุนทั้งหมดของเขา มีอีกหลายอย่างที่อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์เพียงแค่คนส่วนใหญ่นั้นไม่ได้รับทราบ และนี่คือสิ่งที่ผู้เขียนอยากจะนำเสนออีกหนึ่งกลยุทธ์การลงทุนของบัฟเฟตต์ ที่มักจะขายออปชั่นที่ราคาแพง ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง และใช้กฎของความเป็นไปได้และการใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของออปชั่นที่มีการหมดอายุ ทำงานแทนในการสร้างผลกำไรให้แก่บริษัทและผู้ร่วมลงทุนในบริษัทของเขา สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจเพิ่มเติมในสินค้าประเภทออปชั่น สามารถสอบถามโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการอยู่หรือติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.tfex.co.th

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน