
หุ้นโรงพยาบาล เห็นแสงสว่างแล้ว
การกลับมาระบาดเชื้อโรคที่มากับฤดูฝน หรือสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนส่งผลให้เชื้อไวรัสและเชื้อต่างๆ มีอายุที่ยาวนานขึ้น
โดย...บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)
การกลับมาระบาดเชื้อโรคที่มากับฤดูฝน หรือสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนส่งผลให้เชื้อไวรัสและเชื้อต่างๆ มีอายุที่ยาวนานขึ้น ทนทานมากขึ้นขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้คนต้องเจอกับปัญหาการเจ็บป่วยมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลใกล้โผล่พ้นปลายอุโมงค์แล้ว เห็นได้จากราคาหุ้นที่เริ่มขยับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากที่หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลดลงและเคลื่อนไหวต่ำกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านและตลาดหุ้นในเอเชีียแปซิฟิก ประมาณ 14% และ 17% นับจากต้นปีและลดลง 12% และ 7% ในไตรมาส 2 ปี 2560 ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากความกังวลเรื่องการฟื้นตัวของจำนวนคนไข้ในครึ่งปีแรก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไปเห็นได้จากจำนวนคนไข้ที่ฟื้นตัว ตัวเลขดัชนีผู้ป่วยใน (CMI) และอัตราการเข้าพักรักษาของผู้ป่วยในที่มีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นผลบวกต่อผลประกอบการทั้งสิ้น ดังนั้น ด้วยราคาปัจจุบันที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี ทำให้ฝ่ายวิจัยมองว่านี้เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อและมีมุมมองบวก หุ้นเด่น บริษัท บางกอก เชนฮอสปิทอล (BCH) บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) และบริษัทโรงพยาบาลวิภาวดี (VIBHA) ขณะที่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ก็น่าสนใจมากขึ้น แนะนำถือต่อ
จำนวนคนไข้ฟื้นตัว
กรมควบคุมโรค ระบุ โรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น 32% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และในเดือน มิ.ย. 2560 ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม และโรคที่มียุงเป็นพาหะเพิ่มขึ้น 80%, 16%, 41% ตามลำดับ รายงานการเฝ้าระวังโรคชี้ว่ามีการเกิดโรคที่สูงขึ้นในเดือน ก.ค. เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คาดว่าอัตราการเข้ารักษาของผู้ป่วยนอก (OPD) และอัตราการเข้าพักของผู้ป่วยใน (IPD) จะเริ่มดีขึ้นต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค. 2560 เป็นต้นมา โดยจะเห็นการเติบโตของยอดผู้ป่วยนอกในประเทศเพิ่มขึ้น 4% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนและอัตราการเข้าพักของผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้นสูงสุด (4% เหมือนกัน) นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2559 ยกเว้นภูมิภาคตะวันออกที่การเติบโตของจำนวนคนไข้ในที่เพิ่มขึ้น
ภาพรวมสำหรับเดือน พ.ค. คาดว่าการเพิ่มขึ้นของ OPD และ IPD ภายในประเทศสามารถชดเชยการลดลง 13% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ในผู้ป่วยนอกที่เป็นชาวต่างชาติ (International OPD) ได้
ดัชนีผู้ป่วยใน CMI ทรงตัว ขณะที่อัตราการเข้าพักรักษาของผู้ป่วยในพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี ดัชนีผู้ป่วยใน Case Mix Index (CMI) อยู่ที่ 0.78 ในเดือน พ.ค. 2560 ทรงตัว เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แบ่งตามภูมิภาคภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโรงพยาบาลในภูมิภาคเหล่านี้สามารถรักษาภาวะแทรกซ้อนและความเจ็บป่วยร่วมได้
สำหรับโรงพยาบาลในภาคตะวันออก CMI ที่ดีขึ้นจะชดเชยในส่วนนี้ได้ จากมุมมองเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ดัชนี CMI ที่ทรงตัวจะถูกชดเชยด้วยอัตราการเข้าพักของผู้ป่วยในที่สูงขึ้นของผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ที่ 2.5 และ 4.6 ในผู้ป่วยในต่อผู้ป่วยนอก 100 คน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นโรคระบบทางเดินหายใจและโรคที่มียุงเป็นพาหะ เราเชื่อว่าเป็นโอกาสที่รายได้ต่อเคสและความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น โรงพยาบาลรับอานิสงส์จากสภาพอากาศแปรปรวน







