posttoday
‘ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์’ แม่ทัพไมโครซอฟท์ ประเทศไทย

‘ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์’ แม่ทัพไมโครซอฟท์ ประเทศไทย

26 กรกฎาคม 2560

เรื่อง | ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญก่อนหน้านี้ หลายคนอาจรู้จัก ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2560 ด้วยการทำงานในวงการเทคโนโลยีมานานกว่า 25 ปี ทั้งไอบีเอ็มทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย และก่อนหน้านี้ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไปของเอชพี ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมงานกับไมโครซอฟท์

เรื่อง | ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ก่อนหน้านี้ หลายคนอาจรู้จัก ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2560 ด้วยการทำงานในวงการเทคโนโลยีมานานกว่า 25 ปี ทั้งไอบีเอ็มทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย และก่อนหน้านี้ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไปของเอชพี ก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมงานกับไมโครซอฟท์

ธนวัฒน์ เผยว่า ช่วงที่ลาออกมาธุรกิจ เอชพีกำลังเดินหน้าไปด้วยดี และมีผลประกอบการในทิศทางที่ดีขึ้น และการมารับไม้ต่อจาก อรพงศ์ เทียนเงิน นักบริหารมือทองที่ทำให้ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้เป็น Country of the Year ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีประมาณ 10 ประเทศ อย่างเช่น มาเลเซีย โคลัมเบีย ยิ่งทำให้ความกดดันเพิ่มขึ้นไปอีก

ก่อนหน้านี้ มีการพูดเรื่องโมบายเฟิร์ส คลาวด์เฟิร์ส สิ่งเหล่านั้นได้ยกระดับเป็น Intelligence Cloud และ Intelligence Base ที่ปัจจุบันดีไวซ์สามารถสื่อสารและทำได้ ทุกคนอาจคุ้นเคยเรื่อง IoT ไปจนถึงแมชีนเลิร์นนิ่ง ที่ตรวจจับพฤติกรรมของคน หลังการปล่อยแคมเปญจะรู้ฟีดแบ็กของผู้ที่ได้เห็นโฆษณายิ่งเป็นโอกาสของธุรกิจในการเดินหน้าโปรแกรมทางการตลาดต่างๆ ที่เหมาะสม

ดังนั้น การมีซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์ด้านการทำงานไม่ว่าจะเป็นไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ หรือ 365 ที่เป็นคลาวด์เบส ทำให้ยูสเซอร์ใช้งานกี่ดีไวซ์ก็ได้ ถ้าไม่เอาข้อมูลมาทำให้เกิดประโยชน์จะเสียเปรียบในการแข่งขัน เอไอจึงเป็นเทรนด์ในทุกธุรกิจ และชาญฉลาดมากเพราะเรียนรู้สิ่งที่เกิดและคาดเดาอนาคตได้

"ข้อมูลในอดีตเหมือนการขับรถมองกระจก แต่เอไอจะมีไฟหน้าให้เราคาดเดาได้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไร ซึ่งเป็นคีย์เทรนด์ที่เรารู้แล้วว่าจะเกิดอะไร"

ทั้งนี้ การเติบโตในตลาดคลาวด์ถือว่า เป็นจุดที่ไมโครซอฟท์จะเน้นหนักมากขึ้นเพราะทุกคนไม่ได้มองว่าใช้คลาวด์ดีไหม แต่มองว่าเกิดประโยชน์และทำอย่างไรให้โครงสร้างพื้นฐานใช้งานร่วมได้ มีแอพพลิเคชั่นที่ ทำงานได้เร็วขึ้น จนไม่มีคำถาม ว่าทำไมต้องคลาวด์ แม้ว่าจะไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์บนคลาวด์ หรือตามการใช้งาน แต่เป็น ไฮบริด ทำให้ไมโครซอฟท์ มุ่งในตลาดคอนซูเมอร์ด้วยการออกสินค้ากลุ่มใหม่และยังเดินหน้า ต่อเนื่อง

ขณะที่การทรานส์ฟอร์มจะช่วยตอบสนองการทำงานของตลาด ซึ่งวิสัยทัศน์หลักของไมโครซอฟท์มองว่าจะเข้าไปช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างไร เพื่อช่วยลูกค้าและพาร์ตเนอร์ให้อยู่ได้ โอกาสที่เกิดขึ้นในปี 1995 ได้พูดถึงธุรกิจที่มีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ไมโครซอฟท์สามารถใช้งานได้ในทุกอุปกรณ์ จากนั้นก็เข้าไปช่วยดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตเป็น 10 เท่า ตามด้วยการเข้าไปช่วยซอฟต์แวร์และเพิ่มเรื่องโมบายเซอร์วิส

การขับเคลื่อนธุรกิจของลูกค้าในยุคการปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัล ทำให้เกิดโอกาสทางการตลาดสูงถึงมูลค่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นโอกาสของปีนี้ ที่เทคโนโลยีวันนี้ไม่ได้อยู่แค่ดาต้าเซ็นเตอร์ หรืออุปกรณ์อีกต่อไป แต่เข้าไปอยู่ในเรื่องของธุรกิจทุกอุตสาหกรรม และแทบจะไม่มีธุรกิจใดที่จะไม่เริ่มต้นใช้งานเทคโนโลยี จนกลายเป็นโอกาสมหาศาลอย่างแท้จริง

ยิ่งในปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันให้กับธุรกิจทั่วโลก ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาล การปฏิรูปธุรกิจด้วยดิจิทัลเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things) เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูล (DATA)

จากผลสำรวจของฮาร์วาร์ด บิซิเนส รีวิว พบว่า มีบริษัทถึง 86% ที่มองว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุคดิจิทัลเป็นโอกาสทางธุรกิจ โดยบริษัทต่างๆ ในทุกอุตสาหกรรม กำลังมุ่งหาวิธีการปฏิรูปธุรกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อเตรียมเสริมศักยภาพให้กับพนักงาน พัฒนาการสื่อสารกับลูกค้า ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาสินค้าของพวกเขา

นอกจากนี้ ผู้นำในภาคธุรกิจหลายคนยังยอมรับว่า การปฏิรูปธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องขึ้นอยู่กับบุคลากรผนวกกับวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเป็นเหตุผลที่ปัจจัยทั้งสองนี้คือหัวใจสำคัญ

ในส่วนของแนวโน้มการใช้งานซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายของไทยถือว่ามีแนวโน้มลดลงจากที่มีอยู่ 42% มาเป็น 39% เพราะธุรกิจเริ่มตระหนักถึงปัญหาจากการใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนว่ามีความเสี่ยงสูง แม้จะมีเครื่องที่ดีและลงทุนระบบซอฟต์แวร์มหาศาล แต่ถ้ายังใช้ระบบ พื้นฐานที่มีความเสี่ยงย่อมกระทบโครงสร้างระบบทั้งหมด

ด้านเป้าหมายของธนวัฒน์ ในฐานะแม่ทัพไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ตั้งเป้าว่าจะทำให้เกิดการเติบโตของธุรกิจได้แบบ 5-10 เท่า เพราะเชื่อว่ายังมีโอกาสจากการทรานส์ฟอร์มธุรกิจอีกมาก หลังได้งบในการทำตลาดมาด้วยตัวเลข 2 หลักจากสำนักงานใหญ่เพื่อเข้าถึงทุกกลุ่มธุรกิจที่ต้องการเดินหน้าสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น

ขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์มั่นใจว่า เรื่องเทคโนโลยียังมีโอกาสอีกมาก เพราะการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะมุ่งเรื่องดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งเทคโนโลยีของบริษัทจะเข้าไปตอบโจทย์ การทรานส์ฟอร์มธุรกิจไปไว้บนคลาวด์ของไทยยังมีอยู่แค่ 30% ที่เหลืออีก 70% จะเป็นหน่วยธุรกิจอื่น เช่น ดาต้า บิซิเนสแอพพลิเคชั่น เป็นต้น

"ไมโครซอฟท์จะพยายามสร้างโอกาสในกลุ่มคลาวด์ให้แตะ 50% ในปีหน้า เพราะเชื่อว่าลูกค้ากำลังต้องการลงทุนเรื่องคลาวด์เป็นหลัก"

ด้านคู่แข่งจากจีนที่เข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้นนั้น บริษัทมองว่าไม่ส่งผล กระทบ เพราะจับตลาดกันคนละกลุ่ม และไมโครซอฟท์มั่นใจว่ามีโซลูชั่นและฟีเจอร์ที่แบ่งตามการใช้งานและความต้องการของลูกค้าและมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย เพราะบริษัทมีทีมงานระดับโลกในการให้ความช่วยเหลือและดูแลตลอดเวลา

ธนวัฒน์ กล่าวปิดท้ายว่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีทีมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ฮับ ในการ ป้องกัน (Protect) ตรวจจับ (Detect) และ ตอบสนอง (Response) ที่จะโฟกัสเรื่อง ความปลอดภัยในการใช้งานทั้งส่วนบุคคล และธุรกิจ ส่วนในไทยก็มีการตกลงทำ ความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) ในการ ช่วยเหลือธุรกิจหากเกิดปัญหาขึ้น

การรับไม้ต่อของธนวัฒน์ ที่เพิ่งเข้ามา รับตำแหน่งเพียง 2 เดือน ในยุคที่มีตัวเลือก เข้ามาเป็นคู่แข่งที่ชัดเจน ทำให้โอกาสในการขายสินค้าและราคาอาจต้องปรับตัวสู้ มากขึ้น ต้องดูว่าการบริหารในฝีมือธนวัฒน์ จะทำให้ไมโครซอฟท์รักษาลูกค้าไว้ในมือได้เช่นเดียวกับช่วงที่ทำให้เอชพีมีทิศทางที่ดีได้เหมือนปัจจุบันหรือไม่ n

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI