
ORI ก้าวย่างที่เติบใหญ่
ยินดี ฤตวิรุฬห์บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI)ของ พีระพงศ์ จรูญเอก ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 29.96% จัดว่าเป็นบริษัทที่มีก้าวย่างแห่งการเติบโตทางธุรกิจที่น่าสนใจยิ่ง เพราะเพียงระยะเวลา 1 ปี 8 เดือนที่นำพากิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อระดมเงินทุนก้อนหนึ่งมาต่อยอดในการทำธุรกิจจวบจนขณะนี้จะเห็นว่า ORI มีพัฒนาการทางด้านธุรกิจที่เจริญงอกเงย และด้วยเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ด้วยการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนบริษัทจึงไม่หยุดการสร้างความเติบโต
ยินดี ฤตวิรุฬห์
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI)ของ พีระพงศ์ จรูญเอก ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 29.96% จัดว่าเป็นบริษัทที่มีก้าวย่างแห่งการเติบโตทางธุรกิจที่น่าสนใจยิ่ง เพราะเพียงระยะเวลา 1 ปี 8 เดือนที่นำพากิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อระดมเงินทุนก้อนหนึ่งมาต่อยอดในการทำธุรกิจจวบจนขณะนี้จะเห็นว่า ORI มีพัฒนาการทางด้านธุรกิจที่เจริญงอกเงย และด้วยเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ด้วยการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนบริษัทจึงไม่หยุดการสร้างความเติบโต
ล่าสุด ดึง บริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ (NRED) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มีประวัติความสำเร็จและประสบการณ์ทางธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี ทั้งในเอเชียและหลายประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดที่อยู่อาศัยสูงเป็นอันดับ 1 ใน 3 รวมถึงการเป็นผู้นำในธุรกิจอาคารชุดที่ได้รับความนิยมสูงสุดในญี่ปุ่น เข้ามาร่วมถือหุ้นเพื่อพัฒนาใน 4 โครงการ ด้วยมูลค่าเงินลงทุนรวม 788 ล้านบาท
พีระพงศ์ บอกว่า ดีลที่เกิดขึ้นระหว่าง ORI และ NRED มีธนาคารกสิกรไทยเป็นพ่อสื่อแนะนำให้รู้จักกันแต่หลังจากนั้นก็หารือกันเอง ซึ่งยอมรับว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษา 8 เดือน ทางซีอีโอของ NRED เดินทางมาดูเองทั้งหมด รวมถึงการได้ส่งคนมาทดลองอยู่จริงในโครงการ การออกเดินทางดูระยะที่ตั้งของโครงการบริษัทกับสถานีรถไฟฟ้า รวมถึงชุมชนรอบๆ โครงการก่อนที่จะตัดสินใจร่วมทุนใน 4 โครงการอย่างละเอียดมากและสุดท้ายก็เกิดความร่วมมือขึ้น
"การร่วมทุนกันครั้งนี้ เป้าหมายหลักๆ คือต้องการโนว์ฮาวจากทางกลุ่มโนมูระฯ เพราะถือว่าเป็นผู้นำในธุรกิจคอนโดมิเนียมในญี่ปุ่นและเป็นบริษัทชั้นนำ ซึ่งในเรื่องเงินทุนนั้นประเทศไทยเราเป็นแหล่งเงินพร้อมรับในการลงทุนของบริษัทอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร และการร่วมกันครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีความแข่งแกร่งมากขึ้น"
สำหรับประเด็นที่พูดคุยกันว่า เขาชอบ ORI อย่างไรตรงไหนนั้น ก็คงต้องบอกว่าทางโนมูระฯ เองก็ติดตามดูเราตลอดมาเช่นกัน และชอบที่ ORI เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมาประมาณ 7-8 ปี แต่ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและรวดเร็วและทุกๆ โครงการที่เกิดขึ้นก็สามารถตอบโจทย์ในการอยู่ได้ อย่างแท้จริง รวมถึงการมีเป้าหมายชัดเจนในการตอบรับชุมชน หรือคนญี่ปุ่นที่เข้ามาในไทยด้วย ก็เป็นอีกส่วนสนับสนุนหนึ่ง
สำหรับ ORI นับตั้งแต่เข้าขาย ใน SET เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2558 ตลอดระยะเวลาจะเห็นว่า ORI ดำเนินการ ตามแผนสร้างการเติบโต นับจากการปันผลเป็นหุ้นเพิ่มสภาพคล่อง หลังจากขายบิ๊กล็อตจำนวน 25 ล้านหุ้น หรือ 3.8% ราคาหุ้นละ 10 บาท รวมมูลค่า 250 ล้านบาท ให้กับกองทุนเทมเพิลตัน เอเชียน โกรท ฟันด์ ของ มาร์ค โมเบียส กองทุนรวมหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย การเข้ามาถือหุ้นกองทุนขนาดยักษ์สะท้อนว่าธุรกิจของบริษัทน่าสนใจ หุ้นของบริษัทจะอยู่ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ
ยังสร้างความฮือฮาด้วยการ ประกาศเข้าเทกโอเวอร์ บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของตระกูลลิปตพัลลภ มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท โดยออริจิ้นฯ จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,561 ล้านหุ้น เป็น 1,642 ล้านหุ้น โดยออกหุ้นเพิ่มทุน 81.19 ล้านหุ้น ขายให้กับ จรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ, นุ่น ทรงศรี, ธงชัย บุษราคัม เป็นเงินรวม 999 ล้านบาท บุคคลทั้งสามจะเข้ามาถือหุ้นออริจิ้นฯ 5% การซื้อพราวด์ทำให้ ORI ก้าวสู่คอนโดระดับบนอย่างรวดเร็ว
ทุกก้าวย่างที่เติบโตทางธุรกิจของ พีระพงศ์ จรูญเอก กับเป้าหมายการเป็น 1 ใน 5 ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ได้ผ่านการวางแผนทางธุรกิจไว้แล้วทั้งสิ้น







