รมว.เกษตรฯเผยน้ำท่วม18จังหวัดเกษตรกรได้รับผลกระทบ2.97แสนราย
พล.อ.ฉัตรชัย ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมสกลนคร เผยสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ 18 จังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบแล้ว 2.97 แสนราย พื้นที่ 2.86 ล้านไร่
พล.อ.ฉัตรชัย ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมสกลนคร เผยสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ 18 จังหวัด เกษตรกรได้รับผลกระทบแล้ว 2.97 แสนราย พื้นที่ 2.86 ล้านไร่
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ก.ค.2560 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือบรรเทาอุทกภัยจากพายุเซินกาที่ บ้านงิ้วด่อน หมู่ 1 ต.งิ้วด่อน อ.เมือง จ.สกลนคร โดยระบุว่า ในขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมมี 18 จังหวัด 110 อําเภอ 570 ตําบล 3,404 หมู่บ้าน ได้แก่ 1.ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และ สุโขทัย 2. ภาคอีสาน 12 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ อุบลราชธานี ขอนแก่น มหาสารคาม ศรีสะเกษ นครราชสีมา กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ สกลนคร มุกดาหาร อํานาจเจริญ และ ร้อยเอ็ด 3.ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา 4.ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร
ผลกระทบด้านการเกษตรจากอุทกภัยในช่วงวันที่ 5 - 29 ก.ค. 60 โดยผลกระทบด้านการเกษตรทั่วประเทศ ด้านพืช เกษตรกร 2.97 แสนราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 2.86 ล้านไร่ พื้นที่ข้าว 2.67 ล้านไร่ พืชไร่ 1.77 แสนไร่ พืชสวนและอื่นๆ 1.53 หมื่นไร่ ด้านประมง เกษตรกร 5,805 ราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 5,391 ไร่
ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร จำนวน 2.48 หมื่นราย สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 4.45 แสนตัว โค-กระบือ จำนวน 4.85 หมื่นตัว สุกร 1.16 หมื่นตัว, แพะ-แกะ 887 ตัว และสัตว์ปีก 3.83 แสนตัว
สำหรับผลกระทบด้านการเกษตร จ.สกลนคร ด้านพืช เกษตรกร 6.31 หมื่นรายราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 9.54 แสนไร่ โดยเป็น ข้าว 9.46 แสนไร่, พืชไร่ 6,708 ไร่ และ พืชสวนและอื่นๆ 1,350 ไร่ ด้านประมง เกษตรกร 4,865 ราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 5,038 ไร่ ด้านปศุสัตว์ เกษตรกรได้รับผลกระทบ จำนวน 2.44 หมื่นราย สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 4.37 แสนตัวตัว โค-กระบือ 4.43 หมื่นตัว สุกร 1.09 หมื่นตัว แพะ-แกะ 45 ตัว และสัตว์ปีก 3.81 แสนตัว
ขณะที่การช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และ เครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ โดยการฟื้นฟูเป็นตามแผนงานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้จัดทําไว้แล้ว ซึ่งระยะเร่งด่วน จะมีการขุดลอกเพิ่มอัตราการระบาย/ความจุ งบประมาณ 464.18 ล้านบาท การขุดลอกหนองหารปรับปรุงพนังกั้นน้ำ /อาคารประกอบลําน้ำก่ำ และการ-ขุดลอกตะกอนปากแม่น้ำ 10 แห่ง เป็นต้น มาตรการ ระยะยาว การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบระบายน้ําของลําน้ำก่ำ งบประมาณ 1,020.20 ล้านบาท
ส่วนกรณีอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นซึ่งก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ/ติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำประเทศ และเข้าสู่ฤดูฝน ดําเนินการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อรองรับปริมาณฝนที่ตก และในวันที่ 17 ก.ค. 60 เกิดฝนตกหนักจากพายุ “ตาลัส” ทําให้มีปริมาณน้ําไหลมากขึ้น ต่อมา พายุ “เซินกา” ดังนั้นเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 60 จึงประกาศแจ้งเตือนภัย และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว หลังจากนั้น ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค. 60 เป็นต้นมา ทําให้มีน้ำไหลหลากลงสู่อ่างเก็บน้ำ 3.75 ล้าน ลบ.ม. จึงเกิดน้ำเอ่อล้นข้ามทํานบดิน และเกิดการกัดเซาะบริเวณสันเขื่อนขึ้น
ความเสียหาย/การซ่อมแซม จากการตรวจสอบในเบื้องต้น มีการกัดเซาะสันเขื่อนลึก 4 ม. กว้าง 20 ม. จากความยาวสันเขื่อน1,300 ม. และได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเขื่อนดินทางเข้าไปในพื้นที่ ตรวจสอบความเสียหายอย่างละเอียด พร้อมได้จัดส่งเครื่องจักรเครื่องมือ/เจ้าหน้าที่ เข้าไปซ่อมแซมจุดที่เสียหายตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. 60 โดยจะเร่งดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นนั้น จะไม่ไหลผ่านลงสู่ตัวเมืองสกลนคร แต่แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ไหลลงสู่คลองน้ำอูน 40% และ ไหลลงสู่หนองหารสกลนคร 60% ซึ่งปริมาณน้ำที่ไหลลงหนองหารสกลนคร ไม่ได้ทําให้เกิดน้ำท่วมในตัวเมืองสกลนครโดยตรง แต่ทําให้ระดับน้ำในหนองหารสกลนครสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำจากในเขตเทศบาลเมืองสกลนครระบายได้ยากขึ้น ซึ่งชป. ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำรวมจํานวน 26 เครื่อง ติดตั้งแล้วจํานวน 4 เครื่องที่ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต จ.นครพนม และ จะทยอยติดตั้งอีก 22 เครื่อง เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำจากลําน้ำก่ำระบายลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป







