
ส่องโอกาสการค้า CLMV 'เมียนมา' (5)
ธนกร สังขรัตน์ CEO of Modern Myanmar Synergy Co., Ltd. [email protected] ประเทศเมียนมาปัจจุบันนับเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากมีประชากรสูงถึง 54 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคอาเซียน ส่วนใหญ่ของประชากรยังอยู่ในเขตชานเมืองและชนบทสูงถึง 70% สำหรับประชากรในเขตเมืองที่อำนาจการจับจ่ายใช้สอยสูงมีเพียง 30%
ธนกร สังขรัตน์ CEO of Modern Myanmar Synergy Co., Ltd. [email protected]
ประเทศเมียนมาปัจจุบันนับเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากมีประชากรสูงถึง 54 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคอาเซียน ส่วนใหญ่ของประชากรยังอยู่ในเขตชานเมืองและชนบทสูงถึง 70% สำหรับประชากรในเขตเมืองที่อำนาจการจับจ่ายใช้สอยสูงมีเพียง 30%
เมื่อพิจารณาตามอายุจะพบว่าประชากรส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 15-64 ปี ซึ่งเป็นแรงงานสำคัญของประเทศ มีสัดส่วนสูงถึง 34.5 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 67% ส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการ 41.6% รอง ลงมาคือ ภาคเกษตรกรรม 36.1% และภาคอุตสาหกรรม 22.3%
เมียนมามีประชากรสูงอายุค่อนข้างน้อยคือ มีอายุมากกว่า 65 ปี มี 5% อาจเป็นเพราะการพัฒนาด้านสาธารณสุขและความเพียงพอของ โรงพยาบาลและบุคลากรด้านสาธารณสุขยังมีจำกัด ความรู้ความเข้าใจด้านสุขอนามัยของประชากรยังอยู่ในระดับต่ำ
ด้านจีดีพีของเมียนมาเติบโตมาตลอด โดยปี 2016 อยู่ที่ 67.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมาจีดีพีของเมียนมาเติบโตสูงถึง 6-8% สัดส่วนจีดีพีส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคบริการ จากปี 2012 มีสัดส่วนเพียง 37% แต่ปี 2016 เติบโตสูงถึง 42.3%
ขณะที่สัดส่วนของภาคเกษตรต่อจีดีพีลดขนาดลงไปจาก 30.6% ในปี 2012 เป็น 28.2% ในปี 2016 ด้านสัดส่วนส่งออกต่อจีดีพีก็เติบโตจาก 11.5% ต่อจีดีพี เป็น 16.4% ในปี 2016 การนำเข้าเติบโตอย่างมากจาก 10.9% ในปี 2012 เป็น 26.4% ในปี 2016 ส่วนภาคการเงินต่อจีดีพีของเมียนมาจาก 22.7% ในปี 2012 เป็น 37% ในปี 2016 แต่สัดส่วนของประชากรเกือบ 70% ยังเข้าไม่ถึงภาคธนาคาร ซึ่งต้องพัฒนาต่อไป
เศรษฐกิจหลักของแต่ละเมืองนั้น เขตสะกายจะเพาะปลูกไม้สัก ไม้ทานาคา น้ำผึ้ง รัฐชินทำการเกษตร เพาะปลูก เขตมาเกวมีอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ยาสูบ เหล็ก ปิโตรเลียม รัฐยะไข่มีแหล่งประมง ก๊าซธรรมชาติ เขตอิรวดีมีแหล่งเกษตรกรรม แหล่งท่องเที่ยว เขตย่างกุ้งจะเป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว รัฐมอญมีพระธาตุอินทร์แขวน รัฐกะฉิ่น หยก ทอผ้า ฉาน ป่าไม้ แร่ธาตุ อัญมณี เขตมัณฑะเลย์ ศูนย์กลางการค้า แหล่งท่องเที่ยว เหมืองทับทิม ไพลิน หยก ก๊าซธรรมชาติ รัฐกะญา จะมีเหมืองแร่วุลเฟรม ดีบุก เขตพะโคมีป่าไม้ ไม้สัก แหล่งท่องเที่ยว รัฐกะเหรี่ยงจะมีเหล็ก ทองแดง ดีบุก ถ่านหิน แหล่งท่องเที่ยว เขต ตะนาวสีมีแหล่งประมง ทรัพยากรทางทะเล ไข่มุก
ปัจจุบันรัฐบาลเมียนมามียุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ คือ นโยบาย 12 ประการ ได้แก่ 1) สร้างความโปร่งใสในระบบการเงินสาธารณะ 2) แปรรูปกิจการรัฐบาล 3) ยกระดับคุณภาพการศึกษา 4) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 5) สร้างโอกาสงานให้ประชาชน ดึงแรงงานคุณภาพกลับประเทศ 6) พัฒนาภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อการส่งออก 7) พัฒนาภาคเอกชนโดยเปิดเสรีการทำธุรกิจและส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ 8) สนับสนุนเศรษฐกิจครัวเรือนเกษตรกรให้เข้าถึงระบบการเงิน 9) สร้างเมืองอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สาธารณะและรักษามรดกทางวัฒนธรรม 10) ปรับระบบภาษีที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐบาล 11) สนับสนุนทรัพย์สินทางปัญญา 12) พัฒนาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจให้สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน
รัฐบาลเมียนมามีการส่งเสริมการส่งออกด้วยการเปิดสำนักงาน ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 9 ประเทศ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ โตเกียว นิวเดลี โซล ฮ่องกง ปักกิ่ง บรัสเซลส์ วอชิงตัน ดี.ซี. และสิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มการส่งออกเป็น 3 เท่า ภายในปี 2564
อย่างไรก็ตาม เมียนมายังเป็นประเทศที่อำนาจการซื้อเกือบจะต่ำที่สุดในภูมิภาค โดยเมื่อเทียบกับ 10 ประเทศอาเซียน เมียนมายังอยู่เป็นอันดับรองสุดท้าย แต่หนทางสู่อนาคตของเมียนมานับว่าสดใสเอามากๆ







