
เทรนด์วัสดุตกแต่งปี 2018
ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จาร์เค็นตอนนี้หลายประเทศเริ่มมีทิศทางการออกแบบไปในกรอบคิดที่คล้ายหรือใกล้เคียงกันมากขึ้นครับ โลกของเราค่อยๆ แคบลงมาใกล้กัน ผู้คนเดินทางกันมากขึ้น นักออกแบบสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ Know-how ในการออกแบบซึ่งกันและกันผ่านสื่อและการทำงานกับลูกค้าในชาแนลที่หลากหลาย ทำให้เรามองเห็นรูปแบบการเลือกใช้วัสดุและวิธีคิดในงานออกแบบสถาปัตยกรรมในกรอบที่แคบเข้าหากันหากแต่ชัดเจนมากขึ้นทุกปี
ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จาร์เค็น
ตอนนี้หลายประเทศเริ่มมีทิศทางการออกแบบไปในกรอบคิดที่คล้ายหรือใกล้เคียงกันมากขึ้นครับ โลกของเราค่อยๆ แคบลงมาใกล้กัน ผู้คนเดินทางกันมากขึ้น นักออกแบบสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ Know-how ในการออกแบบซึ่งกันและกันผ่านสื่อและการทำงานกับลูกค้าในชาแนลที่หลากหลาย ทำให้เรามองเห็นรูปแบบการเลือกใช้วัสดุและวิธีคิดในงานออกแบบสถาปัตยกรรมในกรอบที่แคบเข้าหากันหากแต่ชัดเจนมากขึ้นทุกปี
ทิศทางหนึ่งสำหรับการเลือกใช้วัสดุที่ มาแรงในปีหน้าไม่ใช่การจำเพาะเจาะจงที่ชื่อ ประเภท หรือมิติของความสวยงามของวัสดุตกแต่งเพียงอย่างเดียว แต่ความสำคัญกลับไปอยู่ตรงที่มาที่ไปของกระบวนการผลิตกว่าจะได้มาของวัสดุนั้น
ประเด็นของ Sustaina bility กลายเป็นเรื่องสำคัญที่นักออกแบบต้องใส่ใจในการเลือกใช้วัสดุและการออกแบบ เพราะ Sustainability จะเป็นกระแสหลักของโลกนับจากนี้เป็นต้นไป วัสดุที่มีคุณสมบัติเป็น Carbon Neutral หรือมีความเป็นกลางในการปล่อยคาร์บอนจะเป็นตัวแม่เหล็กดึงดูดผู้คนทั้งทางการตลาดและความยั่งยืน
อย่างไรก็ดี เราเริ่มได้เห็นวอลเปเปอร์ที่ใช้ลวดลายการออกแบบที่แปลกใหม่ทำจากไม้ หรือหินแผ่นบางเฉียบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะมีมาตรฐานขั้นตอนการผลิตที่ไม่ทิ้งอะไรเหลือไว้ให้เป็นภาระของโลก วัสดุที่ดี นับจากช่วงเวลานี้ต่อไปคือวัสดุที่ต้องมีคุณค่าทั้งทางด้านความสวยงามที่จับต้องได้และคุณค่าด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การใช้สีแพตเทิร์นเพื่อทำผนัง เราจะเห็นการใช้สีอุตสาหกรรมที่ค่อยๆ ลดน้อยลง แต่จะมีการใช้สีที่ทำเฉพาะทางขึ้นมาเพื่อสร้างลวดลายและผิวสัมผัส (Texture) ให้บางอย่างที่มากกว่าความเรียบง่าย เช่นการเอาเกล็ดทรายหรือเกล็ดหินชิ้นเล็กที่เหลือใช้มาขัดรวมทาทับผนังพร้อมกับสีพิเศษที่เป็น Water-Based ไม่ติดไฟและผลิตแบบ Organic ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการผลิตจากโรงงานขนาดย่อม
ทั้งนี้ กรรมวิธีก็มีความค่อยเป็นค่อยไปแบบเทคนิคพื้นบ้านในสมัยก่อน เช่น การลงรักที่ผนังด้วยการผสมสีจากดอกอัญชัน หรือเปลือกมังคุดกับน้ำและมันสน หรือแม้แต่การใช้สีจากโคลนหรือลูกรังมาเสริมแต่งให้ผนังบ้านมีความน่าสนใจขึ้นอย่างที่ใช้ในหลายประเทศในยุโรปมานานแล้ว
โดยเป็นเทคนิคของวัฒนธรรมกรีซ หรือเทคนิคการผสมสีให้คงทนอยู่ได้หลายร้อยปีแบบวัฒนธรรมอียิปต์และแอฟริกาตอนเหนือ คนในสมัยก่อนได้ค้นพบและวางตัวอย่าง พื้นฐานที่ดี เพื่อรอเวลาให้เราย้อนกลับไปมอง เพราะที่สุดแล้ว เราก็ยังอยู่ในโลกใบเดียวกัน ต่างกันเพียงแค่ช่วงเวลาเท่านั้นครับ







