
สปท.ตีปี๊บสุดท้าย ยันคุ้มค่ารัฐประหาร
สปท.นัดสุดท้ายรำพึงโต้ข้อวิพากษ์ไร้ผลงาน "อลงกรณ์" ย้ำคุ้มค่าแก่การรัฐประหาร
สปท.นัดสุดท้ายรำพึงโต้ข้อวิพากษ์ไร้ผลงาน "อลงกรณ์" ย้ำคุ้มค่าแก่การรัฐประหาร
การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาตินัดสุดท้ายก่อน ส่งมอบรายงานให้นายกรัฐมนตรีใน วันที่ 31 ก.ค.นี้ สมาชิก สปท.หลายคนได้อภิปรายตอบโต้ข้อวิพากษ์จากเวที "ราชดำเนินเสวนา" ที่มองว่า สปท. เป็นเพียงหนังหน้าไฟหรือหมาก การเมืองของ คสช. โดยยืนยันว่า งานของ สปท.มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. เปิดเผยว่า การรัฐประหารที่ผ่านมาจะต้องถูกชดใช้ด้วยการปฏิรูปประเทศ รัฐบาลจึงเอาจริงเอาจัง จาก สปช. มา สปท. จากพิมพ์เขียวปฏิรูป มาสู่แผนการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ซึ่งจะมีการไม้ผลัดที่ 3 ที่ 4 โดยการฝังยุทธศาสตร์ชาติ และหมวดการปฏิรูปอยู่ในรัฐธรรมนูญ
"ยืนยันว่าเราได้ทำผลงานอันเป็นประโยชน์และคุ้มค่าต่อการรัฐประหารที่เกิดขึ้น วางรากฐานประชาธิปไตยที่แท้จริง วางระบบเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ" รองประธาน สปท. กล่าว
นายวันชัย สอนศิริ สปท. กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองบางซีกวิพากษ์วิจารณ์เป็นหมากการเมือง และหนังหน้าไฟเป็นฉากเหมือนจะมีการปฏิรูปประเทศ ปรามาสว่ามี สปท.แล้วไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็รู้สึกสะเทือนใจ
"ที่ภูมิใจคือหลายเรื่องถูกนำไปใช้ปรากฏเป็นรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก อย่างเรื่องไพรมารีโหวตก็มาจาก สปท. ควรเอา 5 เรื่องใหญ่ๆ ไปขยายผลให้พวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ เขาจะได้รู้" นายวันชัย กล่าว
ขณะที่ ร.อ.ทินพันธ์ุ นาคะตะ ประธาน สปท. กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่มาทำงานร่วมกัน และได้เรียนรู้ อัจฉริยภาพของทุกคน เชื่อว่าที่ทำไปจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ นับแต่ปฏิรูปราชการสมัยรัชกาลที่ 5 งานปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน หลังจากนั้นประเทศไทยไม่ค่อยมีการปฏิรูป จนกระทั่งมาถึงรัชกาลที่ 9 โดยศาสตร์พระราชา เศรษฐกิจพอเพียง และโครงการพระราชดำริ
"ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำมีประโยชน์อย่างยิ่งแต่ไม่อาจพูดได้ เพราะถือเป็นมารยาทจะต้องรายงานต่อนายกฯ เป็นคนแรก" ร.อ.ทินพันธ์ุ กล่าว







