
รถยุโรปฉาวรอบใหม่ "อียู"สอบสวนฮั้วราคา
ตลาดหุ้นเยอรมนีสะเทือนข่าววงการยานยนต์ถูกตั้งสอบรวมกลุ่มกำหนดราคา ฉาวรอบใหม่หลังวิกฤตรถดีเซล
ตลาดหุ้นเยอรมนีสะเทือนข่าววงการยานยนต์ถูกตั้งสอบรวมกลุ่มกำหนดราคา ฉาวรอบใหม่หลังวิกฤตรถดีเซล
อุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี กำลังเผชิญความเสี่ยงครั้งสำคัญอีกครั้ง ภายหลังคณะกรรมการต่อต้านการผูกขาดของสหภาพยุโรป เปิดเผยว่า กำลังสอบสวนข้อเท็จจริงว่าบริษัทรถยนต์หลายแห่งในเยอรมนีได้รวมกลุ่มกันเพื่อกำหนดราคาหรือไม่ ขณะที่วงการรถยนต์เยอรมนีเพิ่งเผชิญปัญหาการปกปิดข้อมูลในรถยนต์ดีเซลไปเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา
สำหรับการสอบสวนโดยคณะกรรมการของสหภาพยุโรป (อียู) มีขึ้นหลังจากที่หนังสือพิมพ์แด สปีเกล รายงานว่า ผู้บริหารนับร้อยคนจากบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู บริษัท เดมเลอร์ ซึ่งเป็นเจ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และบริษัท โฟล์คสวาเกน ซึ่งเป็นเจ้าของออดี้และปอร์เช่ ได้เข้าร่วมในคณะทำงานด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ถึง 60 แห่ง ตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และมีส่วนในการกำหนดราคารถยนต์ดีเซล
รอยเตอร์สรายงานว่า หุ้นของ 3 บริษัทรถยนต์ใหญ่ในเยอรมนีดิ่งลงอย่างหนักระหว่างการซื้อขายเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา นำโดยโฟล์คสวาเกนลดลง 3.3% เดมเลอร์ 2.9% และบีเอ็มดับเบิลยู 2.5% ฉุดให้ดัชนีแด็กซ์ ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มบลูชิปในตลาดแฟรงก์เฟิร์ต ลดลง 0.4% เนื่องจากความกังวลต่อกรณีดังกล่าว
ทั้งนี้ หากพบว่ามีความผิดจริง อาจมีโทษปรับสูงสุดถึง 20% ของยอดจำหน่ายรถทั่วโลก ขณะที่ภาคยานยนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมหัวใจหลักของเยอรมนี โดยมีการจ้างงานถึง 8 แสนอัตราในประเทศ และสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของอุตสาหกรรมทั้งหมดในเยอรมนี
อย่างไรก็ดี บริษัท โฟล์คสวาเกน และเดมเลอร์ ได้ปฏิเสธรายงานดังกล่าวแล้ว เช่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยูที่ออกแถลงการณ์ปฏิเสธ โดยระบุว่าระบบเครื่องยนต์ดีเซลของบริษัทตนเองแตกต่างอย่างมากจากบริษัทอื่นๆ
ก่อนหน้านี้ อุตสาหกรรมรถยุโรปนำโดยโฟล์คสวาเกนเพิ่งเผชิญค่าปรับหลายพันล้านยูโร กรณีมีส่วนรู้เห็นและใช้ซอฟต์แวร์โกงการวัดระดับการปล่อยไอเสียของรถยนต์ดีเซลในปี 2015 (ดีเซลเกต) ซึ่งโฟล์คเพิ่งจบคดีดังกล่าวในต้นปีนี้หลังจ่ายค่าปรับไป 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 แสนล้านบาท)
ภาพ...เอเอฟพี







