
แก้ปัญหาเศรษฐกิจ 'ไม่ง่าย'
แบงก์กลิ้งภาวะเศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปีนี้ชัดเจนว่ามีการฟื้นตัวต่อเนื่อง ตัวเลขเศรษฐกิจที่เคยขึ้นๆ ลงๆ เมื่อปีที่แล้ว กลายเป็นเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจรอบนี้ นักวิเคราะห์ต่างมองกันว่า แม้เศรษฐกิจฟื้นแต่การจ้างงานก็จะไม่เพิ่มขึ้นมากนัก
แบงก์กลิ้ง
ภาวะเศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปีนี้ชัดเจนว่ามีการฟื้นตัวต่อเนื่อง ตัวเลขเศรษฐกิจที่เคยขึ้นๆ ลงๆ เมื่อปีที่แล้ว กลายเป็นเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจรอบนี้ นักวิเคราะห์ต่างมองกันว่า แม้เศรษฐกิจฟื้นแต่การจ้างงานก็จะไม่เพิ่มขึ้นมากนัก
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านการผลิตที่นำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เทคโนโลยีใหม่ยังทำให้เกิดระบบการรับงานเป็นจ๊อบ (Gig Economy) เช่น แท็กซี่อูเบอร์ หรือแอร์บีเอ็นบี เว็บไซต์ลงโฆษณาให้เช่าห้องตัวเอง ทำให้ความตั้งใจลงทุนหายไป ธุรกิจเน้นใช้สต๊อก ที่มีให้คุ้มค่า
พร้อมกันนี้โลกที่ยังพึ่งพาการผลิตปรับตัวรับปัญหาแรงงานขาดแคลนไม่ทัน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ จี3 เป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ซึ่งเน้นการออมมากกว่าการใช้จ่าย อีกทั้งการที่หลายประเทศหนี้ครัวเรือนสูง และหนี้ภาครัฐสูง ทำให้การใช้จ่ายเพื่อดำเนินนโยบายมีจำกัด
ฉะนั้น การจะหวังให้การบริโภคเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่ "ไม่ง่าย" ปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นนั้นจะมีปัญหาอีกหลายอย่าง เช่น
นโยบายการเงินที่มักถูกนำมาใช้ทำให้ดอกเบี้ยต่ำก็ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีกต่อไป โดยขณะนี้ดอกเบี้ยต่ำมากอยู่ในระดับเดียวกับสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 พร้อมกับการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจาก 3 ประเทศยักษ์ใหญ่ สหรัฐ อียู และญี่ปุ่น เม็ดเงินถึง 7 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ก็ไม่ทำให้เศรษฐกิจโลกในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้นมาเท่าระดับปกติก่อนที่จะเกิดวิกฤตการเงิน
การแทรกแซงค่าเงินจนเข้าสู่สงครามค่าเงิน ซึ่งไม่ได้ผลเท่ากับช่วงปี 1997 ที่ช่วยให้ไทยพ้นวิกฤตได้จากการส่งออกฟื้นเพราะมีประเทศแชมเปี้ยน แต่ครั้งนี้ไม่มี และแต่ละประเทศต่างลดค่าเงินของตัวเองเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจภายในของตัวเองทั้งสิ้น ซึ่งแนวทางนี้ใช้ไม่ได้ผลกับไทย ปัจจุบันค่าเงินบาทไทยก็แข็งค่าจนเริ่มเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจในบางช่วง
การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เรื่องใหญ่ที่สุดคือการปฏิรูปแรงงาน สหรัฐเริ่มปฏิรูปตั้งแต่ปี 1970 ยุโรปมีการ นำเข้าแรงงานจากยุโรปตะวันออก มาตะวันตก ขณะที่จีนยกเลิกนโยบาย ลูกคนเดียว ญี่ปุ่นเริ่มมีนโยบายให้ผู้หญิงออกทำงาน สำหรับไทยต้องแก้ไขปัญหาแรงงานครั้งใหญ่ ทั้งการใช้แรงงาน ผิดกฎหมายในการทำประมง (ไอยูยู) ปรับโครงสร้างภาษีและกฎระเบียบ อีกมาก
ภาคการท่องเที่ยวไทยเติบโตเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ควรลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากร เช่น น้ำ ขยะ พัฒนาศูนย์รักษาพยาบาล ยกระดับมาตรฐานดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวและหาจุดดึงดูดอื่นนอกเหนือจากทรัพยากร เช่น การจัดงานอีเวนต์ แข่งขันกีฬา รวมทั้งหายุทธศาสตร์ท่องเที่ยว ที่ชัดเจน เช่น รองรับผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวต่างจากวัยหนุ่มสาว
สำหรับประเทศไทยรัฐบาลต้องบริหารเศรษฐกิจด้วยความระมัดระวัง มาตรการทางการคลังเป็นทางออกที่สำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจกลับขึ้นมา โดยประเทศไทยมีภาระทางการคลังเพียง 48% ของจีดีพี ยังต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ที่ 60% ฉะนั้นกระสุนที่ยังเหลือ 12% ควรเลือกใส่ในจุดที่ได้ผลที่สุด ซึ่งได้แก่ ภาคบริการ ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการลงทุนของภาคการผลิตที่หดตัวลงตามการค้าโลก แม้จะเริ่มผงกหัวขึ้น กำลังการผลิตเริ่มขยับมากขึ้น แต่ยังไม่สูงพอที่จะทำให้เกิดการลงทุนใหม่
เราอาจจะดีใจที่การส่งออกเริ่มดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการส่งออกบอกว่า อย่าได้ดีใจไปเลย เพราะการส่งออกของไทยมาร์จิ้น บางเฉียบมาก ต้องไปแข่งขันด้านราคากับประเทศอื่น เมื่อแข่งขันยากก็จะต้องหันกลับมามองเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เรื่องนี้เป็นเรื่องระดับโครงสร้างที่รัฐบาลก็รู้ปัญหาและจะต้องพยายามหาทางแก้ไขต่อไป







