
5 เหตุผลที่อี-คอมเมิร์ซสำคัญกับเศรษฐกิจประเทศไทย (1)
ธนาวัฒน์ มาลาบุปผาครั้งนี้ผมอยากลงลึกในเรื่อง"การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์"หรืออี-คอมเมิร์ซว่ามีความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจอย่างไรก่อนอื่นขอนิยามคำว่า อี-คอมเมิร์ซ ในที่นี้หมายถึงการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการพาณิชย์และการค้าขาย ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการซื้อขายผ่านออนไลน์เท่านั้น
ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา
ครั้งนี้ผมอยากลงลึกในเรื่อง"การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์"หรืออี-คอมเมิร์ซว่ามีความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจอย่างไรก่อนอื่นขอนิยามคำว่า อี-คอมเมิร์ซ ในที่นี้หมายถึงการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการพาณิชย์และการค้าขาย ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นการซื้อขายผ่านออนไลน์เท่านั้น
ในมุมมองผม อี-คอมเมิร์ซ เข้ามาช่วย ทำให้ผู้ประกอบการมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น หรือช่วยเพิ่ม Productivity นั่นเอง เช่น ถ้าคุณขายของหน้าร้าน คุณ อาจขายได้เฉพาะคนที่เดินผ่านไปมา อาจมีลูกค้าวันละ 100 ราย แต่ถ้าคุณมี เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ มีคนเป็นล้านคน ทั่วโลกที่เข้ามาและซื้อของจากคุณได้ คุณอาจขายได้วันนึง 1,000 รายการ นั่นคือคุณมี Productivity เพิ่มขึ้น 10 เท่า!!
สิ่งที่ทำให้เกิดการค้าออนไลน์ได้มาจากเทคโนโลยี นวัตกรรม และการมาของอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีหลายๆ อย่างที่ทำให้เราสามารถทำมาค้าขายออนไลน์ได้ เช่น อีเมล เว็บไซต์ คลาวด์ หรือระบบ ที่ช่วยให้เราสามารถวางเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องเข้าไปบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์เอง รวมไปถึงออนไลน์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ที่ช่วยทำให้ผู้ประกอบการสามารถลงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมี ERP หรือระบบบริหารจัดการหน้าบ้านและหลังบ้าน ช่วยทำให้กระบวนการสั่งซื้อสินค้าไล่ไปจนถึงการจัดส่งไปถึงมือลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น และอี-โลจิสติกส์ หรือระบบการจัดส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการเอาไอทีมาใช้
จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีที่พูดถึงเหล่านี้เป็นตัวช่วยผลักดันและส่งเสริมให้อี-คอมเมิร์ซเกิดขึ้นได้ และมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างมาก แต่คำถามคือ ช่วยเพิ่มได้แค่ไหน สำคัญกับระบบเศรษฐกิจและประเทศไทยอย่างไร มาดูข้อมูลสนับสนุนกัน
1) ธุรกิจเอสเอ็มอีที่เอาอินเทอร์เน็ตและเว็บเทคโนโลยีมาใช้อย่างจริงจัง เติบโตและส่งออกได้มากกว่า 2 เท่าตัว โดย ข้อมูลจากงานวิจัยของ McKinsey เรื่อง Internet matters : The Net's sweeping impact on growth, jobs, and prosperity พบว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีอัตราการใช้เว็บเทคโนโลยีน้อย (Low) มีอัตราเติบโตเฉลี่ย ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่ 6.2% ขณะที่ธุรกิจ ที่ใช้เว็บเทคโนโลยีสูง (High) เติบโตที่13%
ในส่วนของสัดส่วนรายได้จากการส่งออกนั้น ธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีอัตราการใช้เว็บเทคโนโลยีน้อย (Low) มีสัดส่วนรายได้ จากการส่งออกที่ 2.5% ในขณะที่ธุรกิจที่ใช้ เว็บเทคโนโลยีสูง (High) มีตัวเลขสัดส่วนรายได้จากการส่งออกที่ 5.3% นั่นคือต่างกัน 2 เท่าเช่นกัน
ข้อมูลจาก Kleiner Perkins Caufield Byers เผยข้อมูลว่า มีธุรกิจค้าปลีกออนไลน์จำนวนมากที่สามารถทำยอดขายได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะ เวลาน้อยกว่า 5 ปี ขณะที่ Nike ใช้เวลาถึง 14 ปี ถึงจะทำยอดขายได้ 100 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ชัดเจนว่าธุรกิจในยุคอินเทอร์เน็ตมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมมากครับ
2) 75% ของมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากอินเทอร์เน็ต เกิดมาจากธุรกิจดั้งเดิม (ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีล้วนๆ) ที่นำอินเทอร์เน็ตไปต่อยอดใช้งาน โดยข้อมูลจาก McKinsey พูดถึงมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจจากการนำเอาเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตมาใช้ จำนวน 75.4% เกิดมา จากธุรกิจดั้งเดิม
นั่นหมายความว่า มูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่ แล้วมาจากการที่ธุรกิจดั้งเดิมปรับตัวและเอาเทคโนโลยีมาใช้ ไม่ใช่มาจากบริษัทเทคโนโลยีอย่างเดียว
ผมตีความแบบนี้ครับ เศรษฐกิจมีศักยภาพที่เติบโตสูงมาก ไม่ใช่เฉพาะมุ่งสร้างธุรกิจที่เน้นใช้แต่เทคโนโลยี แต่กลับ เป็นการเน้นให้ธุรกิจดั้งเดิมที่หันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ นั่นคือควรส่งเสริมให้คนนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าขายให้ดีขึ้น หรือในรูปแบบของอี-คอมเมิร์ซ นั่นเอง n







