
รอซื้อไทยแลนด์ฟันด์
บลจ.กรุงศรีคาดเงินจากตลาดตราสารหนี้รอซื้อไทยแลนด์ฟันด์ชี้ผลตอบแทนต้องสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ประมาณ 1%
บลจ.กรุงศรีคาดเงินจากตลาดตราสารหนี้รอซื้อไทยแลนด์ฟันด์ชี้ผลตอบแทนต้องสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ประมาณ 1%
นางสุภาพร ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า หากภาครัฐออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) จะช่วยดึงสภาพคล่องออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยในระดับหนึ่ง เนื่องจากนักลงทุนจะโยกเงินออมระยะยาวไปลงทุน เพราะเชื่อมั่นในฝีมือรัฐบาล ประกอบกับโครงการที่นำเข้ามาในกองทุนเป็นโครงการที่สร้างรายได้แล้วทำให้นักลงทุนเห็นถึงรายได้และกระแสเงินที่จะไหลเข้ากองทุนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นักลงทุนทุกกลุ่มยังคงติดตามความคืบหน้าการจัดตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ และผลตอบแทนจากการลงทุนว่าจะเป็นเช่นไร ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อและเข้าซื้อขายได้ในช่วงปลายปีนี้
"ผลตอบแทนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ที่จะจูงใจให้ลงทุนอาจต้องสูงกว่าพันธบัตรอายุ 10 ปี ประมาณ 1% ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 2.5% ต่อปี"
บลจ.กรงศรี คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินไว้ที่ระดับ 3.5% เพราะมีปัจจัยบวกจากการส่งออกที่เติบโตดี คำสั่งซื้อและแนวโน้มเศรษฐกิจของคู่ค้าสำคัญทั้งจีน ญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรปดีขึ้นทั้งหมด จึงมองว่าส่งออกจะโตได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาด
นอกจากนี้ ได้รับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัว ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ นักท่องเที่ยวยุโรปกลับมาอีกครั้ง แต่ยังมีความเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า ปัจจัยเรื่องการเมืองในประเทศที่จะกลับมามีความเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพื่อเตรียมรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2561
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ระบุว่า ปัจจุบันกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ให้อัตราปันผล 5-7% ต่อปี







