
แนะธุรกิจต้องพลวัตรับโอกาสโลกเปลี่ยน
ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ไทยยูเนี่ยน กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเล ด้วยการให้ความสำคัญในด้านของบุคลากร เพราะบริษัทเชื่อว่าการมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจะทำให้ธุรกิจมีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด และสู้กับความท้าทายของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่ในขณะนี้ได้
ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ไทยยูเนี่ยน กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจอาหารทะเล ด้วยการให้ความสำคัญในด้านของบุคลากร เพราะบริษัทเชื่อว่าการมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจะทำให้ธุรกิจมีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด และสู้กับความท้าทายของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่ในขณะนี้ได้
สำหรับความท้าทายที่ต้องเผชิญในขณะนี้ ประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงในด้านของเงินตราต่างประเทศ การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศจีน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้การดำเนินธุรกิจในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาของบริษัทมีความท้าทายอย่างมาก
จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้บริษัทต้องเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเข้าทำตลาด และหันมาให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในตลาดเอเชีย และซีแอลเอ็มวีมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจโลกยังมีปัญหาโดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกา
ธีรพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังจะให้ความสำคัญในเรื่องของการลงทุนด้านนวัตกรรมการผลิตสินค้า และการวิจัยมากขึ้น เพื่อมองหาโอกาสให้กับธุรกิจ เช่น การนำเนื้อปลามาทำธุรกิจ บริษัทไม่ได้มองแค่เนื้อปลาเพียงอย่างเดียว แต่มองไปที่ก้างปลา และหางปลาว่าจะนำมาพัฒนาต่อยอดธุรกิจได้อย่างไรบ้าง
นิโคโล ลากันเต้ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัทในขณะนี้ถือว่ามีความหลากหลายเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีธุรกิจห้างค้าปลีกแล้ว ยังมีธุรกิจในส่วนของร้านอาหาร โรงแรม และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศ เช่น ยุโรป จากเดิมเน้นทำธุรกิจในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว
ธุรกิจที่ขยายตัวดังกล่าวทำให้บริษัทต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการเปลี่ยนแปลงในด้านของเทคโนโลยี หรือการเปลี่ยนแปลงของซัพพลายเออร์ สิ่งดังกล่าวที่เกิดขึ้นทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงต้องมีการปรับตัว ด้วยการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเป็นสื่อกลางในการสื่อสาร
การเปลี่ยนที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องปรับทัศนคติในการทำตลาด เริ่มจากการเปลี่ยนมุมมองของผู้บริหารระดับสูง โดยเริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติให้เป็นโอกาส การคิดทุกอย่างให้เป็นโอกาส และการเปลี่ยนทัศนคติด้านเทคโนโลยี
ด้าน โยชิฮิสะ คาอินุมะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มินิแบ มิสึมิ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของการควบรวมกิจการเป็นหลัก เพราะการเริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานธุรกิจจึงจะประสบความสำเร็จและขยายตัวได้ แต่สำหรับการขยายธุรกิจด้วยการเข้าไปควบรวมกิจการของธุรกิจที่มีศักยภาพ สามารถช่วยลดระยะเวลาในการขยายธุรกิจได้เป็นอย่างดี
ขณะเดียวกัน ก็จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีในการผลิตมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันโลกให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะสิ่งดังกล่าวทำให้ธุรกิจขยายตัวได้รวดเร็ว







