posttoday
เราต้องเลือกทาง

เราต้องเลือกทาง

12 กรกฎาคม 2560

ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาลในรอบ 3-4 ปีมานี้ ทุกฝ่ายทราบดีถึงความยากลำบากในเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ที่วิพากษ์วิจารณ์กลับเป็นปัญหาภายในเสียมากกว่า เพราะสัมผัสง่ายและประชาชนมีความใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม หากเราถอยหลังสักนิดและมองย้อนอดีต รวมถึงมองให้กว้างออกไปสู่ภายนอก เราจะพบว่าปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เผชิญอยู่นี้อธิบายได้ไม่ยากเลย และไม่ควรโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินความจำเป็น

ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

ในรอบ 3-4 ปีมานี้ ทุกฝ่ายทราบดีถึงความยากลำบากในเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ที่วิพากษ์วิจารณ์กลับเป็นปัญหาภายในเสียมากกว่า เพราะสัมผัสง่ายและประชาชนมีความใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม หากเราถอยหลังสักนิดและมองย้อนอดีต รวมถึงมองให้กว้างออกไปสู่ภายนอก เราจะพบว่าปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เผชิญอยู่นี้อธิบายได้ไม่ยากเลย และไม่ควรโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินความจำเป็น

โลกเติบโตด้วยจีนมาตลอด 15 ปี เนื่องจากการประสบความสำเร็จในการปรับระบบเศรษฐกิจของตนเอง โดยในบางปีเช่นในช่วงปี 2004-2007 เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก 12-14% ต่อปี ถือว่าสามารถสร้างพลวัตต่อระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างสูง ทั้งโลกได้รับผลบวกจากการเติบโตในครั้งนั้น รวมถึงประเทศไทย สหรัฐ และสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกสินค้าทุน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร เทคโนโลยี ก็ได้รับประโยชน์ไปด้วย แต่หลังจากปี 2010 เป็นต้นมา เศรษฐกิจจีนมีการเติบโตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และเพราะได้มีการลงทุนด้านการผลิตไว้อย่างมหาศาลยิ่งทำให้จีนต้องผลักดันการส่งออกทดแทนการชะลอตัวภายใน สินค้าจีนจึงตีตลาดโลกด้วยราคาที่แข่งขันได้และกดดันราคาสินค้าส่งออกจากทุกประเทศในโลกนี้

ประเทศไทยได้รับผลกระทบด้านการส่งออกที่มีการชะลอตัวด้วย 2 เหตุผลหลัก นั่นคือเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความสามารถด้านการผลิตที่หากมองในตลาดบนเราไม่มีอุตสาหกรรมสำหรับสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง และหากมองลงตลาดล่างประเทศเพื่อนบ้านที่เรามักเรียกรวมๆ กันว่า ซีแอลเอ็มวีก็พัฒนาตัวเองจนสามารถแข่งขันกับไทยได้อย่างเต็มที่

"ประเทศไทยจึงติดกับดักอยู่ตรงกลางสมรภูมิการค้าโลก"

สิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการมาเป็นชุดนโยบายหลายอย่าง โดยเฉพาะนโยบายที่ใช้รหัสว่า "ประเทศไทย 4.0" คือ การพยายามปรับตัวระบบเศรษฐกิจทั้งระบบเพื่อให้หลุดจากกับดักนี้นั่นเอง เพียงแต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ใช้เวลามาก ต้องลงทุนมาก จะไม่สามารถเห็นผลได้อย่างปัจจุบันทันที

สิ่งที่รัฐบาลอาจให้น้ำหนักน้อยไปตั้งแต่เริ่มต้น หรืออาจจะเพราะทรัพยากรต่างๆ ในมือ ไม่สามารถดำเนินการได้พร้อมๆ กับการผลักดัน จีดีพี คือการผ่อนคลายความตึงเครียด หรือการฝืดเคืองของระบบเศรษฐกิจภายใน นั่นคือการต้องลดภาระทางการเงิน ลดภาระธุรกิจเพื่อมิให้มีธุรกิจขนาดกลางและเล็กบาดเจ็บ ล้มตายไปเกินควร ปัจจุบันรัฐบาลก็ได้ผลักดันอย่างเต็มที่แล้ว เรียกได้ว่าช้าหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำ บวกกับการลงทุนขนาดใหญ่ในเรื่องโลจิสติกส์ต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงกับภูมิภาคทั้งภูมิภาค นโยบายเหล่านี้มาถูกทาง

สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลและทุกฝ่ายต้องยอมรับร่วมกันในขณะนี้คือ การต้องช่วยกันรักษาเสถียรภาพและสร้างการปรับตัวในระบบเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในวันข้างหน้า สิ่งนี้ลำพังรัฐบาลฝ่ายเดียวไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน

ส่วนภาครัฐในระยะที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะเติบโตลำบากเช่นนี้ ควรผ่อนคลายมาตรการหลายๆ อย่าง ซึ่งจะได้กล่าวถึงต่อไป ส่วนในภาคเอกชน โดยเฉพาะตลาดเงินตลาดทุนต้องพิจารณาใหม่เช่นกันว่า ในเมื่อประเทศไทยเต็มไปด้วยเอสเอ็มอีถึง 90% การให้กิจการเหล่านี้เข้าถึงแหล่งทุนโดยขบวนการที่สั้นลง และในต้นทุนที่ต่ำสามารถดำเนินการอะไรได้บ้าง

ข้อมูลหนึ่งที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงจากการที่ประเทศจะหลุดจากการสร้างความเติบโต คือ หากเจาะลงไปในรายเซ็กเตอร์หรือรายจังหวัด เราจะเห็นว่ามีบางเอสเอ็มอีเติบโตได้ในสภาวะนี้อย่างดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ติดขอบชายแดน หรือมีการค้าข้ามแดน ธุรกิจเหล่านี้ไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่ แต่สามารถส่งออกได้ด้วยตนเองและมีจำนวนมาก หากเราจับข้อดีเหล่านี้มาพิจารณาอย่างละเอียดและใช้นโยบายส่งเสริมที่ถูกต้อง รัฐบาลจะสามารถพลิกโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศได้ และข้อดีคือมีการกระจายตัว ลดความเหลื่อมล้ำ ต้นทุนในการผลักดันต่ำ และมีธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมจำนวนมาก แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการบริหารจัดการ การสื่อสารที่เป็นมิตรเพื่อสร้างความร่วมมือ

แต่จะเกิดผลประการใด จะช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับฝีมือการบริหารจัดการ และความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพราะเศรษฐกิจทั้งระบบและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นของทุกคนทั้งคนในรุ่นปัจจุบันและอนาคต n

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน