
แนะรัฐดันแผนตลาดท่องเที่ยว
ชง ททท.ปั้นแผนการตลาดพร้อมพัฒนาแหล่งชุมชนรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน จี้รัฐคุมซัพพลายโรงแรมหวังอัพราคาขึ้น 50%
ชง ททท.ปั้นแผนการตลาดพร้อมพัฒนาแหล่งชุมชนรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน จี้รัฐคุมซัพพลายโรงแรมหวังอัพราคาขึ้น 50%
นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนต้องการให้แผนยุทธศาสตร์การตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวแต่ละปีงบประมาณเร่งวางแผนทำงานแบบ บูรณาการร่วมกันระหว่างการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวกับการตลาดให้มีความสอดคล้องกันแบบครบวงจรทั้งระบบ เพราะปัจจุบันหลายพื้นที่ที่โฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ เดินทางท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้าถึงได้จริงหรือมีความยากลำบากในการเดินทางส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะกำกับด้านการท่องเที่ยวควรร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมวางแผนการทำงานอย่างใกล้ชิด ในการสร้างสรรค์แผนส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์ โดยใช้ความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งของประเทศ
สำหรับเป้าหมายรายได้การ ท่องเที่ยวปี 2561 ที่ ททท.ตั้งเป้าที่ 3.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 1 ล้านล้านบาท และต่างประเทศ 2.1 ล้านล้านบาท อาจเป็นเป้าหมายที่ยาก โดย ททท.ต้องเร่งพัฒนาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายแปลกใหม่ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อกระตุ้นการ ใช้จ่ายต่อหัวต่อคนของนักท่องเที่ยวทั้งตลาดคนไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น
"แต่ละปี ททท.ได้กำหนดทิศทางการตลาดอย่างครอบคลุมการเติบโตในอนาคต แต่ปัญหาระยะสั้นที่เกิดขึ้นจะเป็นอุปสรรคทำให้การเติบโตในระยะยาวเกิดขึ้นได้ยาก ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกัน โดยรัฐควรให้ความสำคัญกับการจัดงบประมาณอบรมลง พื้นที่ให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวโดยชุมชน" นายอิทธิฤทธิ์ กล่าว
ด้าน น.ส.ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในอนาคตจะไม่เติบโตด้านจำนวนตัวเลข นักท่องเที่ยวเหมือนที่ผ่านมาเฉลี่ยกว่า 13% ต่อปี เนื่องจากประเทศไทยมีฐาน นักท่องเที่ยวที่กว้างขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องเน้นการสร้างมูลค่ารายได้ทดแทน ซึ่งมองว่าหากรัฐเร่งแก้ไขปัญหาควบคุมการก่อสร้างโรงแรมใหม่ รวมถึงการปราบปรามโรงแรมผิดกฎหมาย จะช่วยปรับโครงสร้างราคาโรงแรมที่พักได้มากกว่า 50% เทียบกับราคาปัจจุบัน ส่งผลให้รายได้ทางการท่องเที่ยวของประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้น







