posttoday
เมื่อไทยอยากจัดบอลโลก

เมื่อไทยอยากจัดบอลโลก

05 กรกฎาคม 2560

ชมณัฐสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เล็งผนึกกำลังกับชาติในอาเซียนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมจัดศึกฟุตบอลโลกปี 2034 ซึ่งมองดูแล้วยังเหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ต้องไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน

ชมณัฐ

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เล็งผนึกกำลังกับชาติในอาเซียนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมจัดศึกฟุตบอลโลกปี 2034 ซึ่งมองดูแล้วยังเหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ต้องไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย วางแผนที่จะดันประเทศไทยเป็นโต้โผใหญ่ในการรวมชาติอาเซียนเสนอตัวต่อสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นเจ้าภาพจัดศึกฟุตบอลโลกปี 2034 ทว่าล่าสุดกลับเป็น "อินโดนีเซีย" ที่คว้าสิทธิแกนนำไปครอง หลังที่ประชุมสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) พิจารณาแล้วว่ามีความพร้อมมากกว่า แต่ "บิ๊กอ๊อด" ก็ยังไม่ย่อท้อขอร่วมขบวนไปด้วย

"ความพร้อมของอินโดนีเซียมีมากกว่าประเทศไทย เพราะเขามีสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานมากกว่ามีสนามที่มีความจุ 7-8 หมื่นคน 1 สนาม และมีสนามที่กำลังสร้างใหม่ความจุเป็นแสนคน ซึ่งผมได้ส่งจดหมายถึงฟีฟ่าแล้วว่าแม้ประเทศไทยจะไม่ใช่ลีดเดอร์แต่เราจะขอมีส่วนร่วมด้วย เราต้องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมและทางอินโดนีเซียก็พร้อมรับ" บิ๊กอ๊อด กล่าว

แน่นอนว่าปัญหาแรกของประเทศไทยในการจะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกก็คือเรื่องของสนาม เพราะฟีฟ่าระบุชัดเจนว่าสังเวียนในรอบแบ่งกลุ่ม รอบ 16 ทีม รอบ 8 ทีม และรอบชิงอันดับ 3 ต้องใช้สนามที่มีความจุอย่างน้อย 4 หมื่นที่นั่ง ส่วนรอบรองชนะเลิศไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นที่นั่ง และรอบชิงชนะเลิศ 8 หมื่นที่นั่ง โดยปัจจุบันไทยมีเพียงราชมังคลากีฬาสถานความจุ 4.9 หมื่นคน ที่เข้าข่ายสนามเดียว

ขณะที่มาเลเซียมีสนามระดับ 4-5 หมื่นคน 8 สนาม/มากกว่า 8 หมื่นคน 2 สนาม อินโดนีเซีย ระดับ 4-5 หมื่นคน 4 สนาม และระดับ 6 หมื่นคน กับ 8 หมื่นคน อย่างละ 1 สนาม ส่วนชาติอื่นมีเพียงสนามระดับ 4-5 หมื่นคน ประเทศละ 1-2 แห่งเท่านั้น

ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงมาตฐานด้านเทคโนโลยี หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสนามแต่ละแห่งที่ต้องลุ้นว่าจะผ่านเกณฑ์หรือไม่ ที่สำคัญในปี 2034 ศึกฟุตบอลโลกจะเพิ่มทีมเป็น 48 ชาติ และมีการแข่งขันรวม 80 แมตช์ ดังนั้น จะต้องใช้สนามส่งชื่อสนามที่ผ่านเกณฑ์ให้ฟีฟ่าพิจารณาไม่ต่ำกว่า 20 สนาม โดยเส้นตายการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพคือปี 2026

"เรายังขาดเรื่องสนาม เราต้องมีความพร้อมมากกว่านี้ หากรัฐบาลมองว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่สร้างผลงานให้กับประเทศก็ต้องรีบเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่และกลับมาคิดแล้วว่าจะต้องวางแผนกันอย่างไร ตอนนี้ผมยังไม่ได้หารือกับทางรัฐบาลเลยแต่เราไปแปะป้ายหรือตีตราจองไว้ก่อนมันก็ไม่เสียหาย" พล.ต.อ.สมยศ เผย

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างสนามใหม่หรือปรับปรุงสนามเดิมให้ผ่านเกณฑ์ได้นั้นจะต้องทุ่มงบประมาณมหาศาล โดยยังไม่รวมการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ การจราจร สนามบิน ระบบขนส่งมวลชน ฯลฯ ซึ่งเจ้าภาพ 2 ปีหลังสุดอย่าง แอฟริกาใต้ (2010) และ บราซิล (2014) ต่างขาดทุนย่อยยับ และสนามที่เนรมิตขึ้นมาใหม่ก็แปรสภาพเป็นเพียงสถาปัตยกรรมร้างที่ใช้ประโยชน์ต่อไม่ได้แถมยังต้องเสียค่าบำรุงรักษาต่อเนื่อง

ด้าน พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขานรับโปรเจกต์ยักษ์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลไทย และชื่นชมกับแนวคิดนี้พร้อมยืนยันว่าจะให้การสนับสนุน พล.ต.อ.สมยศ อย่างเต็มที่

"เราพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็ต้องลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เพียงพอ เพื่อที่จะรองรับในทุกด้านไม่ใช่แค่เรื่องสนาม โดยต้องจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาร่วมวางแผนบริหารจัดการ โดยเฉพาะเรื่องการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของรัฐที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยยังอ่อนอยู่ เพราะต้องยอมรับว่าวันนี้สนามกีฬาในเมืองไทยไม่ได้ใช้งานอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ การจะลงทุนใหม่จะต้องมองในเรื่องของการใช้ประโยชน์ในระยะยาว 20-30 ปีข้างหน้า" พงษ์ภาณุ กล่าว

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังอาสารับเป็นหัวหอกในการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อขับเคลื่อนโครงการนี้อีกด้วย โดยมองว่าเรื่องนี้ถือเป็นความร่วมมือกันระหว่างประเทศไทย จำต้องใช้รัฐบาลในการเจรจาโดยมีสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เป็นแกนหลัก ซึ่งประโยชน์ของการเป็นเจ้าภาพนั้นจะทำให้เกิดการลงทุนเข้ามาเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้บูมขึ้น

นอกจากนี้ ไทยและพันธมิตรชาติในอาเซียนอาจจะต้องแย่งชิงกับมหาอำนาจของเอเชียอย่างจีนที่หวังจะจัดฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศเช่นกัน โดย สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน เพิ่งเชิญ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่าเข้าพบที่กรุงปักกิ่ง เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งคาดการณ์ว่าได้มีการเจรจาเบื้องต้นถึงเรื่องนี้บ้างแล้ว และแน่นอนว่าเม็ดเงินหยวนแดนมังกรภาษีเหนือกว่าชัดเจน

"ฟังดูแล้วก็เป็นเรื่องเพ้อฝันสำหรับประเทศไทย แต่ผมเป็นคนชอบฝันหรืออาจจะเพ้อฝัน ถ้าเราหยุดฝันเราก็ล้าหลังกว่าเขา ดังนั้น ถ้าเราไม่รีบคิดพัฒนาหรือเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ถ้าถึงปีนั้นเกิดโชคดีฟีฟ่าให้อาเซียนเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัด เราจะไม่มีความพร้อม เราจะเสียโอกาสและคนไทยจะมาเสียใจในภายหลังว่าทำไมวันนี้เราไม่เตรียมตัวเสียให้เรียบร้อยเพื่อ 17 ปีข้างหน้า ผมคงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งถึงวันนั้น แต่ผมคงรู้สึกเสียใจหากไทยตกขบวนรถขบวนนี้" บิ๊กอ๊อด ทิ้งท้าย

ท้ายที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้การจะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกยังเป็นเพียงแค่ความคิดลอยอยู่ในอากาศพ่วงด้วยปัญหาอีกสารพัน โดยยังไม่มีสิ่งใดเป็นรูปธรรมพอที่จะจับต้องได้ โดยเฉพาะแผนงบประมาณการใช้เงินที่ยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะต้องทุ่มทุนสูงมากน้อยขนาดไหน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน