
บิตคอยน์= เงินจริง?(2)
ชลากร วรรณโภคินGrowth Hacking Manager บริษัท Money [email protected]เมื่อคราวที่แล้ว เราได้พูดถึงคุณสมบัติของเงินกันไปว่าการที่สิ่งหนึ่งจะกลายเป็นเงินได้นั้น จะต้องได้รับการยอมรับ โดยทั่วไปหายาก ปลอมแปลงยาก แบ่งเป็นหน่วยย่อยได้ มีความเหมือนกัน และมีสภาพคล่อง
ชลากร วรรณโภคินGrowth Hacking Manager บริษัท Money [email protected]
เมื่อคราวที่แล้ว เราได้พูดถึงคุณสมบัติของเงินกันไปว่าการที่สิ่งหนึ่งจะกลายเป็นเงินได้นั้น จะต้องได้รับการยอมรับ โดยทั่วไปหายาก ปลอมแปลงยาก แบ่งเป็นหน่วยย่อยได้ มีความเหมือนกัน และมีสภาพคล่อง
อย่างที่เราทราบกันว่าบิตคอยน์นั้นมีจำนวนจำกัดจึงถือได้ว่าหายาก สามารถแบ่งเป็นหน่วยย่อยได้ถึง 8 ทศนิยม และเมื่อแบ่งออกมาก็ยังเป็นบิตคอยน์เหมือนเดิม ที่สำคัญบิตคอยน์กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นในญี่ปุ่น ที่ทำให้บิตคอยน์ สามารถชำระเงินได้ตามกฎหมายแล้ว เมื่อได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางขึ้น บิตคอยน์ ก็จะมีสภาพคล่องมากขึ้นเรื่อยๆ
จะเห็นได้ว่าบิตคอยน์ถือได้ว่ามีคุณสมบัติของเงินอยู่อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว ทีนี้อีกคำถามที่คงหนีกันไม่พ้นก็คือมันปลอดภัยรึเปล่า? จะแฮ็กได้ไหม? จะตรวจสอบกันอย่างไร? แล้วจะใช้แทนเงินจริงๆ ได้รึเปล่า?
บิตคอยน์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่เบื้องหลัง คุณสมบัติของบล็อกเชนก็คือความโปร่งใส ทุกคนสามารถเห็นธุรกรรมของทุกบัญชีผู้ใช้งานได้หมด แต่เราจะไม่รู้ตัวตนว่าเจ้าของบัญชีเป็นใคร โดยแนวคิดของบล็อกเชนแบบง่ายๆ ก็คือทำให้ทุกคนในระบบถือสำเนาสมุดบัญชีเล่มเดียวกัน ถ้าใครจะเข้ามาปลอมแปลงข้อมูล คนที่เหลือในระบบก็รู้กันหมดว่าอันนี้ไม่จริง เพราะไม่ตรงกับสำเนาบัญชีที่ถืออยู่ แล้วก็จะปฏิเสธรายการไป ซึ่งคนในระบบนี้มีคอมพิวเตอร์แรงๆ หลายหมื่นเครื่องทั่วโลก ถ้าจะแฮ็ก ก็ต้องแฮ็กให้เกินครึ่งของระบบ ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ในเรื่องความเป็นนิรนามนั้น ทางผู้ให้บริการบิตคอยน์หลายแห่งก็ได้เริ่มใช้กระบวนการ KYC (Know Your Customer) กันแล้ว ก็คือเวลาที่จะเปิดบัญชีบิตคอยน์ จะต้องส่งเอกสารยืนยันตัวตนเช่นบัตรประชาชนเหมือนกับการเปิดบัญชีธนาคารทั่วไป ทำให้เราสามารถตรวจสอบผู้ใช้งานได้ หากมีความจำเป็น
แต่กว่าบิตคอยน์จะเป็นเงินได้จริงๆ นั้นก็มีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย เช่น เทคโนโลยีอย่าง Quantum Computer ที่เชื่อกันว่าอาจจะสามารถแก้ไขการเข้ารหัสของบิตคอยน์ทั้ง Public Key และ Private Key ได้ หรือการที่บิตคอยน์ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถใช้นโยบายทางการเงินแบบเดิม เช่นการทำ QE ได้อีก รวมไปถึงปัจจัยด้านความผันผวน ความเชื่อมั่นในตัวสกุลเงินเอง และอื่นๆ
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้เรายังคงถกเถียงกันได้ว่าบิตคอยน์อาจจะไม่สามารถมาทดแทนเงินได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้จุดประกายให้หลายประเทศตื่นตัวกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะมีกฎหมายรับรองการใช้บิตคอยน์ หรือการสร้างสกุลเงินเข้ารหัสของตัวเองอย่างประเทศจีน ซึ่งนี่อาจจะกลายเป็นคำตอบที่แท้จริงให้กับโลกการเงินยุคใหม่ก็ได้ n







