
พรก.ฉุดข้าวไทยร่วง
อุตสาหกรรมข้าวไทยถูกพิษ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ทำหายจากระบบ 30% หวั่นชวดเป้าหมายส่งออกข้าว 10 ล้านตัน
อุตสาหกรรมข้าวไทยถูกพิษ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ทำหายจากระบบ 30% หวั่นชวดเป้าหมายส่งออกข้าว 10 ล้านตัน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมข้าวไทยกำลังได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก หลัง พ.ร.ก.การบริหารจัดการ การทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ เนื่องจากแรงงานต่างด้าวจำนวนมากเดินทางกลับประเทศ ทำให้แรงงานอุตสาหกรรมข้าวทั้งระบบหายไป 30% จากเดิมจะใช้แรงงานต่างด้าว 80% ในส่วนของโรงสีจนถึงการขนถ่ายข้าวลงเรือเพื่อส่งออก
ทั้งนี้ หากภายใน 180 วันที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวไม่มีข้อสรุป จะทำให้การส่งออกข้าวไทยทั้งปีที่คาดว่าจะส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านตัน และสามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ของการส่งออกข้าวโลกแซงประเทศอินเดียในปี 2560 นี้ อาจพลาดเป้าหมายเหลือการส่งออกข้าวแค่ประมาณ 9 ล้านตันเท่านั้น
"ช่วงครึ่งปีหลังหากจะส่งออกข้าวได้ 10 ล้านตันตามเป้าหมาย ใน 6 เดือน ที่เหลือจะต้องส่งออกให้ได้ประมาณเดือนละ 9 แสน-1 ล้านตัน แต่ถ้ามีปัญหาการขาดแคลนแรงงานมากระทบ จะทำให้การส่งออกต่อเดือนหดเหลือประมาณ 7-8 แสนตัน เพราะไม่มีแรงงานมา ขนถ่ายให้ทำให้ไทยอาจพลาดเป้าการ ส่งออกที่ 10 ล้านตัน และไม่สามารถแซงอินเดียกลับขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ในปีนี้ได้ หลังจากที่อินเดียครองแชมป์ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันมา 2 ปีติดแล้ว" นายชูเกียรติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้มีสินค้าข้าวตกค้างที่ท่าเรือจำนวนมาก ทำให้การส่งมอบข้าวล่าช้ากว่ากำหนด และเชื่อว่าจะเห็นผลกระทบของการส่งออกข้าวไทยชะลอตัวลงตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป เพราะแรงงานที่ท่าเรือหายไป 30-40% นั้น ส่งผลให้การโหลดสินค้าข้าวลงเรือจากเดิมใช้เวลา 7-10 วัน เพิ่มเป็น 1 เดือน และลูกค้าเริ่มหันไปสั่งซื้อข้าวจากทางประเทศเวียดนามแทน เพราะไม่มีปัญหาเรื่องแรงงาน และราคาข้าวก็เริ่มปรับตัว ลดลงมาบ้างแล้ว จากที่ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ขึ้นไปที่ 455 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ลดลงมาเหลือ 420 ดอลลาร์/ตัน
ด้าน นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สมาคมได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว เพื่อขอให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไข พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งการใช้มาตรา 44 เป็นเพียงการผ่อนปรนระยะสั้น และอยากให้ใช้เวลานี้ ในการทบทวนว่าจะทำอย่างไรให้ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวเร็วขึ้น ค่าใช้จ่ายถูกลง และไม่เป็นอุปสรรคต่อภาคเอกชน ถือเป็นการทบทวนให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว
"ขั้นตอนปัจจุบันการจ้างแรงงานต่างด้าวจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเฉลี่ย 3-4 หมื่นบาท/คน หากรัฐบาลยังไม่ทบทวนในเรื่องดังกล่าว จะเป็นปัญหาระดับชาติต่อไป" นายเจริญ กล่าว







