
Remarketing
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัดการตามตื๊อเป็นคุณสมบัติที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยเป็นนักขาย จนปัจจุบันมาเป็นนักการตลาดแต่การตามตื๊อก็ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เลิกราเหมือนจะเป็น DNA ในสายเลือด ยิ่งปัจจุบันค่าใช้จ่ายทางอินเทอร์เน็ตถูกแสนถูก จึงทำให้เราสามารถทำการตลาดแบบตามตื๊อได้บ่อยๆ เท่าที่ต้องการ
กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา ([email protected])Chief Marketing Officer บริษัท มาร์เก็ตติ้งไดอ็อกไซด์ จำกัด
การตามตื๊อเป็นคุณสมบัติที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยเป็นนักขาย จนปัจจุบันมาเป็นนักการตลาดแต่การตามตื๊อก็ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เลิกราเหมือนจะเป็น DNA ในสายเลือด ยิ่งปัจจุบันค่าใช้จ่ายทางอินเทอร์เน็ตถูกแสนถูก จึงทำให้เราสามารถทำการตลาดแบบตามตื๊อได้บ่อยๆ เท่าที่ต้องการ
เหมือนกับต้องการจีบใครสักคนเราต้องตามตื้อจนเข้าตำราที่ว่า "น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน" หากทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ตระหนักรู้และเห็นแบรนด์บ่อยๆ จะต้องสำเร็จเข้าสักวัน การทำการตลาดลักษณะนี้ในสมัยก่อนมีการทำแต่เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทุนหนาและมีงบการตลาดสูง ขณะที่ช่องทางประชาสัมพันธ์มีน้อยนิดก็โหมการโฆษณาให้ติดหูกันบ่อยๆ แต่ปัจจุบันเราสามารถใช้สื่อต่างๆ ในโลกออนไลน์ได้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายและให้ผลตอบรับสูง สามารถวัดผลได้
การทำการตลาดแบบโฆษณาติดตามโดยอาศัยทุกสื่อที่ผู้บริโภคไปปรากฏในสื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มเรียกว่า Remarketing หรือ Retargeting หรือการทำโฆษณาโดยโฟกัสไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เคยเข้ามาในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่กำลังตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการจะมีโอกาสซื้อสูงกว่าลูกค้าปกติ เพราะเข้ามาหาข้อมูลแล้ว
ดังนั้น เราสามารถทำโฆษณาเนื้อๆ เน้นๆ ไปที่กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ เราสามารถทำการโฆษณาซ้ำๆ ไปยังลูกค้ารายเดิมนี้ โดยให้ติดตามลูกค้าไปในทุกๆ ที่ในโลกออนไลน์ ทั้งในหน้าเว็บไซต์ Facebook โดยการใช้ Remarketing Script วางเอาไว้ในหน้าเว็บไซต์ของบริษัท เมื่อลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์ Script ตัวนี้ก็จะสร้างข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ (Cookie) เก็บเอาไว้ ในขณะที่เมื่อลูกค้าไปที่เว็บไซต์อื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรกับ Google หรือไปที่ Facebook หรือสื่อโซเชียลมีเดียอื่นๆ ได้ เราสามารถที่จะทำให้โฆษณาของบริษัทติดตามลูกค้าไปทุกที่ในโลกออนไลน์และทำให้ลูกค้าเหล่านี้จดจำแบรนด์ของบริษัทได้
การทำ Remarketing ให้ได้ผลในปัจจุบันต้องทำบนแพลตฟอร์มที่ลูกค้าคุ้นเคย เช่น Google เนื่องจากมีความนิยมสูงสุด ดังนั้นจึงมีผู้พยายามให้บริการโฆษณาแบบติดตาม Remarketing ด้วย Google Adwords การตามตื๊อลูกค้าด้วยวิธี Remarketing จะทำให้คนจดจำแบรนด์ได้ด้วยงบประมาณที่ประหยัด จูงใจคนที่ยังลังเลยังไม่ซื้อสินค้าให้ซื้อ จูงใจคนที่เคยซื้อสินค้าแล้วให้ซื้อซ้ำ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มยอดขายแล้ว ยังทำให้แบรนด์ของบริษัทเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าได้อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ชมเปิดเว็บไซต์อื่นที่อยู่ในเครือข่ายโฆษณาของ Google ก็จะมีโอกาสเห็นโฆษณาของเว็บไซต์เดิมที่เคยเข้าไปเยี่ยมชมมาปรากฏอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจูงใจให้ผู้ชมคลิกกลับเข้าไปชมเว็บไซต์อีกครั้ง ช่วยสร้างการจดจำและความคุ้นเคยในแบรนด์สินค้าของบริษัทให้แก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสมซึ่งจะนำไปสู่การซื้อสินค้านั้นได้
สรุปข้อดีของการทำ Remarketing หรือ Retargeting มีดังนี้
1) สร้างแบรนด์และการจดจำ ติดตามลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ด้วยการใช้เนื้อหาหรือข้อความโฆษณาให้น่าสนใจ เพื่อสร้างความน่า เชื่อถือ เสริมสร้างการรับรู้และย้ำเตือนให้จดจำแบรนด์
2) ติดตามลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อใหม่ เลือกติดตามลูกค้าที่เคยเข้าเว็บไซต์และสั่งซื้อของไปแล้ว เพื่อเชิญชวนให้กลับมาซื้อซ้ำ หรือย้ำโฆษณาชักชวนให้กลับมาซื้อสินค้าใหม่
3) กระตุ้นการตัดสินใจสำหรับลูกค้าที่ใกล้จะซื้อแล้ว แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อให้กลับมาสั่งซื้อ หรือแจ้งโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อในเวลานั้น
4) เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้แม่นยำ สามารถเข้าถึงกลุ่มคน จำนวนมากๆ ที่เข้ามาในเว็บไซต์ในแต่ละวันแล้วหลุดออกไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เพราะตอนนี้จำนวนของเว็บไซต์ที่เข้าร่วมการโฆษณากับ Google เพิ่มมากขึ้นและมีจำนวนมาก ทำให้การเข้าถึงและติดตามคนกลุ่มนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก
5) ควบคุมราคาโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาทั้งรูปแบบคิดตามจำนวนครั้งการแสดงโฆษณา (CPM-Cost Per Impression) หรือจ่ายจำนวนคลิกที่โฆษณา (CPC-Cost Per Click) เพื่อให้ประสิทธิภาพของโฆษณาคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป







