
ลดกำไรไตรมาส2ค้าปลีกยอดขายสาขาเดิมร่วงต่อ
ธนชาตลดกำไรไตรมาส 2 กลุ่มค้าปลีกลง 0.4-1.5% หลังเยี่ยมชมบริษัทในกลุ่มและคาดว่ายอดขายต่อสาขาเดิมยังติดลบต่อจากไตรมาสแรก
ธนชาตลดกำไรไตรมาส 2 กลุ่มค้าปลีกลง 0.4-1.5% หลังเยี่ยมชมบริษัทในกลุ่มและคาดว่ายอดขายต่อสาขาเดิมยังติดลบต่อจากไตรมาสแรก
น.ส.พรรณรายณ์ ติยะพิทยารัตน์ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เปิดเผยว่า บริษัทค้าปลีกจะมียอดขายต่อสาขาเดิมติดลบ 2% ในไตรมาส 2 ปี 2560 มีเพียงบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่มีการเติบโตได้ 14% และ 3.5% ตามลำดับ จึงลดประมาณการยอดขาย ต่อสาขาเดิมของกลุ่มลงเป็น 1.3% ในปีนี้ ลดกำไรลง 0.4-1.5% ในปี 2560-2562 และคงน้ำหนักลงทุนมากกว่าตลาด
"จากการเยี่ยมชมและประชุมทางโทรศัพท์กับหลายบริษัท การบริโภคในประเทศชะลอตัวลงในไตรมาส 2 สวนทางกับภาพรวมมหภาคและคาดการณ์ของตลาด ด้วยอยู่ในช่วงแสดงความอาลัย การขาดมาตรการกระตุ้นในช่วงสงกรานต์ และฝนที่มาเร็วกว่าปกติในปีนี้ ส่งผลให้ยอดขายต่อสาขาเดิมในเดือน เม.ย. และ พ.ค. ออกมาน่าผิดหวัง" น.ส.พรรณรายณ์ กล่าว
แม้ว่าหลายบริษัทจะฟื้นตัวในเดือน มิ.ย. และคาดว่ายอดขายต่อสาขาเดิม จะพลิกเป็นบวก แต่คาดว่าในไตรมาส 2 จะติดลบเพิ่มเป็น 2% จากที่ติดลบ 1.3% ในไตรมาสแรกและติดลบ 0.8% ไตรมาส 4 ปี 2559
บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) และบริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) น่าจะมียอดขายต่อสาขาเดิมพลิกจากบวกในไตรมาสแรกมาติดลบในไตรมาส 2 บริษัท สยามโกล บอลเฮ้าส์ (GLOBAL) บริษัท โฮมโปร ดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และบริษัทโรบินสัน (ROBINS) คาดว่าติดลบที่ 7% ติดลบ 2.5% และติดลบ 4.4% เหมือนในไตรมาสแรกและบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) ติดลบ 2.5% จากเพิ่มขึ้น 2.4% ในไตรมาสแรก ส่วนบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) ติดลบน้อยลงมาอยู่ที่ 18% จากที่ลดลง 20% ในไตรมาสแรก เนื่องจากการปรับตัวดีขึ้นของอาหารสด และผลิตภัณฑ์ภายในบ้านและลดแผนขยายสาขา







