
อี-คอมเมิร์ซเวียดนามพุ่งแรง
โพสต์ทูเดย์ - นีลเส็นคาดอี-คอมเมิร์ซเวียดนามปี 2560 โต 22% พร้อมประเมินอีก 5 ปีข้างหน้ามูลค่าตลาดทะลุหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
โพสต์ทูเดย์ - นีลเส็นคาดอี-คอมเมิร์ซเวียดนามปี 2560 โต 22% พร้อมประเมินอีก 5 ปีข้างหน้ามูลค่าตลาดทะลุหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำนักข่าวท้องถิ่น เวียดนามนิวส์ ระบุว่า ตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศเวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตรวดเร็วมากที่สุดในโลก แม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากกลุ่มผู้บริโภคด้านความน่าเชื่อถือ โดยนีลเส็น บริษัทการตลาดอันดับต้นๆ คาดการณ์การเติบโตของตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศเวียดนามปีนี้ว่า จะเติบโตขึ้น 22% และจะเติบโตขึ้นอีก 13.2% ภายในปี 2563
ขณะที่สมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เวียดนาม (VECOM) ระบุว่า อี-คอมเมิร์ซท้องถิ่น จะมีมูลค่าตลาดประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีก 5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามมีการเรียกร้องของผู้บริโภคท้องถิ่นในการใช้บริการอี-คอมเมิร์ซเกี่ยวกับราคาสินค้า ข้อมูลผลิตภัณฑ์และการขออนุญาต ซึ่งเป็นความกังวลด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อผู้ขายสินค้าและบริการในตลาดออนไลน์
ทั้งนี้ จากงานวิจัยที่จัดทำขึ้นโดย ไอไพรซ์ และบริษัท ทรัสต์ จากแบบสอบถาม 3 หมื่นชุด ใน 5,000 เว็บไซต์ของประเทศเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ พบว่าผู้บริโภคเวียดนามเชื่อมั่นในระบบอี-คอมเมิร์ซในระดับที่ต่ำ และใช้เงินในการจับจ่ายออนไลน์น้อยลง ซึ่งเวียดนามมีการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าปลอมมากที่สุด โดยเป็นประเทศอันดับที่ 2 ที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าปลอม ขณะที่ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 4 ที่มีการร้องเรียนปัญหาสินค้าปลอมหรือสินค้าลอกเลียนแบบมากที่สุดในโลก
ดังนั้น รองจากปัญหาสินค้าปลอมคือ ปัญหาราคาสินค้า โดยการตั้งราคาสินค้าที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง ทั้งนี้ผลการวิจัยระบุว่า 80% ของผู้บริโภคนิยมใช้ช่องทางเก็บค่าสินค้าปลายทาง และเป็นประเทศที่มีการยกเลิกการซื้อสินค้ามากที่สุดกว่า 30%
นายมาเตโอ้ สุตโต รองประธานกรรมการอาวุโสด้านการพัฒนาองค์กร ไอไพรซ์ สตาร์ทอัพอันดับต้นๆ ของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ถือว่ายังเป็นช่วงเริ่มต้นอยู่ แต่ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มการเติบโตสูง คาดว่าภายในปี 2568 จะมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ หรือโตเฉลี่ย 32% ต่อปี







