
20 ปีสู่อ้อมอกจีน
นันทิยา วรเพชรายุทธนอกจากช่วงนี้จะเป็นการครบรอบ 20 ปี ของวิกฤตการณ์ค่าเงินเอเชียแล้ว ก็ยังถือเป็นช่วงครบรอบ 20 ปี การส่งมอบ "ฮ่องกง" กลับคืนสู่ "จีน" เช่นเดียวกัน และเป็นข่าวใหญ่ที่เรียกความสนใจไปทั่วโลกตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เดินทางไปเยือนฮ่องกงเป็นครั้งแรกเพื่อร่วมพิธีครบรอบ และพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของ แคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ท่ามกลางการส่งสัญญาณเชิงนัยต่างๆ
นันทิยา วรเพชรายุทธ
นอกจากช่วงนี้จะเป็นการครบรอบ 20 ปี ของวิกฤตการณ์ค่าเงินเอเชียแล้ว ก็ยังถือเป็นช่วงครบรอบ 20 ปี การส่งมอบ "ฮ่องกง" กลับคืนสู่ "จีน" เช่นเดียวกัน และเป็นข่าวใหญ่ที่เรียกความสนใจไปทั่วโลกตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เดินทางไปเยือนฮ่องกงเป็นครั้งแรกเพื่อร่วมพิธีครบรอบ และพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของ แคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ท่ามกลางการส่งสัญญาณเชิงนัยต่างๆ
จากที่ดูในแต่ละด้านขมวดรวมกันแล้ว จะเห็นได้ว่าจีนสามารถคุมเกมได้ทั้งหมดอย่างแทบจะเบ็ดเสร็จ และถือไพ่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
ประธานาธิบดี สี ย้ำจุดยืนชัดเจนในการเยือนครั้งนี้ว่า การท้าทายอำนาจของรัฐบาลจีนเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ ความพยายามใดๆ ที่เป็นอันตรายต่ออธิปไตยและความมั่นคงของจีน หรือใช้ฮ่องกงเพื่อแทรกซึมและบ่อนทำลายจีนนั้น ถือเป็นการกระทำที่ล้ำเส้น พร้อมส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ด้วยการเป็นผู้นำตรวจแถวกองทัพปลดแอกประชาชนจีนในฮ่องกง ซึ่งจัดทัพแสดงแสนยานุภาพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปีด้วย
คำว่า "1 ประเทศ 2 ระบบ" ที่จีนให้คำมั่นว่าจะใช้ไปอย่างน้อย 50 ปี หลังรับส่งมอบฮ่องกงคืนมาจากสหราชอาณาจักรในปี 1997 นั้น แทบจะเป็นเพียงหลักการกว้างๆ ที่ไม่มีความหมายอีก เมื่อความเป็นอิสระของการปกครองและระบอบยุติธรรมถูกแทรกแซงภายใต้คณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ที่จีนต้องให้ความเห็นชอบ แม้แต่กระทรวงการ ต่างประเทศของจีน ก็ยังระบุอย่างแข็งกร้าวชัดเจนในแถลงการณ์ ที่ออกมาภายหลังว่า เงื่อนไขการ ส่งมอบฮ่องกงคืนนั้น เป็นเพียงเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ไม่มีความหมาย อีกต่อไป
ส่วนในมุมเศรษฐกิจนั้นก็มีมิติที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นแก่นที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้ เพราะฮ่องกงนั้นเคยถูกมองว่าเป็น "ห่านทองคำ" ที่เป็นแหล่งผลประโยชน์สำคัญให้จีนได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวมาตลอด โดยต้องยอมรับว่ามองย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อนนั้น จีนยังหลังเขากว่า ระบบอะไรก็ยังตามหลังอยู่หลายช่วง จนในขณะนั้นมีการมองกันอย่างสวยๆ ว่า ฮ่องกงอาจจะเป็นตัวกลางที่ช่วยนำความเปลี่ยนแปลงไปสู่จีน
การคาดการณ์เช่นนี้ไม่ได้ผิด แต่ก็ไม่ถูกไปซะทีเดียว จีนใช้ฮ่องกงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญพัฒนาตลาดเงินตลาดทุนในประเทศ ใครจะไปคิดว่าภายในเวลา 20 ปีนี้ จีนมีการพัฒนาถีบตัวเองขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว ตลาดหุ้นฮั่งเส็งในวันนี้กลายเป็นบริษัทจีนที่เข้ามาเบียดกลุ่มทุนเก่าของฮ่องกงไปมากกว่าครึ่ง มี บจ.จีนจาก 33 เป็น 50 ราย เช่นเดียวกับทุนจีนที่ทะลักเข้าไปยังตลาดอสังหาริมทรัพย์
แม้แต่การเป็นสัญลักษณ์ถึงความมั่งคั่งและหรูหราของฮ่องกง ก็ถูกทลายลงไปแล้วในวันนี้กับการ เสื่อมมนตร์ในฐานะแหล่งช็อปปิ้งกินเที่ยว เศรษฐีจีนไม่จำเป็นต้องข้ามฟากไปอีกแล้ว แต่สามารถช็อปปิ้งในเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งที่มีทุกอย่างครบครัน หรือแม้แต่บินไปช็อปถึงแหล่งในยุโรปและสหรัฐกันเอง ทำให้ฮ่องกงเริ่มสูญเสียอำนาจการต่อรองทางเศรษฐกิจลงอย่างต่อเนื่อง
แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าจีนจะคุมฮ่องกงได้เบ็ดเสร็จทั้งหมด 100% ซึ่งไม่ใช่เพราะการประท้วงของคนหนุ่มสาวเป็นหลัก แต่เป็นเพราะปัญหาในเชิงโครงสร้าง ที่หมักหมมกลายเป็นระเบิดเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่องว่างคนจน-คนรวยที่ขยายตัวอย่างน่ากลัว ราคาอสังหาริมทรัพย์ ที่แพงขึ้นทุบสถิติทำเอาคนจนต้องอยู่ห้องเท่ารูหนู และชนชั้นกลางโดยเฉพาะคนหนุ่มสาวลงมาที่มองไม่เห็นอนาคต ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจสั่งสม และขยายตัวเป็นระเบิดลูกใหม่หากจีนยังสั่งสอนอย่างแข็งกร้าวต่อไปอย่าง ในวันนี้ n







