
ผุดนิคมโอท็อป
อุตสาหกรรม ตั้งนิคมเอสเอ็มอี โอท็อป จ.สระแก้ว เชื่อมการค้าเพื่อนบ้านสู่ตลาดโลก
อุตสาหกรรม ตั้งนิคมเอสเอ็มอี โอท็อป จ.สระแก้ว เชื่อมการค้าเพื่อนบ้านสู่ตลาดโลก
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังลงพื้นที่โครงการ "คลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐ" ครั้งที่ 4 จ.สระแก้ว และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ว่าจังหวัดดังกล่าวอยู่กลุ่มยุทธศาสตร์ภาคกลางตอนกลางและตะวันออก ที่นับเป็น กลุ่มจังหวัดที่มีมูลค่าทางอุตสาหกรรมสูงที่สุดในอันดับต้นๆ ของประเทศ เนื่องจากมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์สำคัญที่สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและยังต่อยอดไปยังเวียดนามและตลาดโลก
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ได้เดินหน้าพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมใน จ.สระแก้ว พื้นที่กว่า 660 ไร่ ถือเป็นนิคมฯ แห่งแรกในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลได้พัฒนาพื้นที่รองรับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ การค้าและการลงทุนเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดมีพิธีลงนามบันทึก ข้อตกลง (MOU) "โครงการประชารัฐ OTOP/SMEs/การท่องเที่ยวและนิคมอุตสาหกรรมสระแก้วในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว" คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างนิคมฯ ในปี 2561 โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ โลจิสติกส์ และศูนย์กระจายสินค้า อาหารและเกษตรแปรรูป สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ ยานยนต์และชิ้นส่วน เป็นต้น
ในขณะเดียวกัน รวมทั้งยังสามารถร่วมดำเนินกิจการในลักษณะอุตสาหกรรมการผลิตร่วม (Co-Production) กับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษปอยเปต-โอเนียง ของประเทศกัมพูชา ที่มีแนวทางการพัฒนาเป็นศูนย์อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรและการขนส่งอีกด้วย
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรม ส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในโครงการ "คลินิกเอสเอ็มอีสัญจร ตามแนวประชารัฐ" นั้น ขณะนี้มี ผู้ประกอบการจากทั่วประเทศยื่นคำขอทั้ง 4 มาตรการแล้ว 9,158 รายวงเงิน 24,151 ล้านบาท อนุมัติแล้วจำนวน 2,206 ราย ในวงเงิน 5,996 ล้านบาท
ทั้งนี้ ล่าสุดลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์ภาคกลางตอนกลางและตะวันออก ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด มีผู้ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือเข้ามาแล้วจำนวน 316 ราย วงเงิน 875.88 ล้านบาท และได้อนุมัติรวมทุกกองทุนไปแล้ว จำนวน 57 ราย วงเงิน 212 ล้านบาท
"อุตสาหกรรมหลักของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนกลางขึ้นอยู่กับภาคอุตสาหกรรม รองลงมาภาคการขายส่ง การขายปลีก และการขนส่งเป็นสำคัญ" นายพสุ กล่าว







