
บีเอ็มฯสร้างประสบการณ์ชีวิต
พลพัต สาเลยยกานนท์สร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ สำหรับโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ที่นำเสนอกิจกรรมทั้งแนวไลฟ์สไตล์และการขับขี่ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับผู้เป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู
พลพัต สาเลยยกานนท์
สร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ สำหรับโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ที่นำเสนอกิจกรรมทั้งแนวไลฟ์สไตล์และการขับขี่ทั้งในและต่างประเทศ สำหรับผู้เป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู
กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า โปรแกรมดังกล่าว มุ่งมั่นในการมอบความสุขที่ไม่ได้หยุด อยู่ที่การขับขี่เท่านั้น แต่ยังครอบคลุม ถึงไลฟ์สไตล์ด้านอื่นไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว กีฬา ความบันเทิง สุขภาพ ช็อปปิ้ง หรืออาหาร
ทั้งนี้ โปรแกรมดังกล่าวได้ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในภาคส่วนต่างๆ โดยเบื้องต้นได้ร่วมกับ การบินไทย บริดจสโตน เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความหลากหลายไลฟ์สไตล์ อาทิ การบินไทยร่วมกับบีเอ็มฯ พาเจ้าของรถยนต์บีเอ็มฯ บินลัดฟ้าไปสัมผัสกับประสบการณ์การขับรถบนพื้นผิวหิมะและน้ำแข็งในกิจกรรม BMW Alpine xDrive ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Southern Hemisphere Proving Ground ท่ามกลางสภาวะที่ท้าทาย ภายใต้ความดูแลของนักขับมืออาชีพ บนยอดเขา Cardrona ประเทศนิวซีแลนด์ ราคา แพ็กเกจรวม 1.8 แสนบาท โดยเจ้าของรถบีเอ็มฯ ที่ลงทะเบียนจะจ่ายเพียงราคา 50% ระหว่างวันที่ 3-8 ส.ค. 2560
นอกจากนั้น สำหรับแฟนบีเอ็มฯ ที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ ยังเปิดโอกาสให้ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมดวลวงสวิงในรายการ BMW Golf Cup International การแข่งขันกอล์ฟสมัครเล่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่จะจัดรอบคัดเลือกในประเทศไทยรวมกว่า 20 รอบในปี 2560 นี้ พร้อมด้วยการแข่งขัน BMW Golf Cup-Special Edition รายการกระชับมิตรที่จัดขึ้นเพื่อตามรอยเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศระดับโลกของ BMW Golf Cup International ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Emirates Golf Club นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น
ขณะที่ล่าสุดบริดจสโตน ร่วมกับบีเอ็มฯ จัดหลักสูตรฝึกทักษะการขับขี่ปลอดภัย BMW Driving Experience ที่สนามทดสอบ ไทยบริดจสโตน จ.สระบุรี ซึ่ง "โพสต์ทูเดย์" มีโอกาสไปสัมผัสประสบการณ์ดังกล่าวนี้ที่บีเอ็มฯ ได้นำรถบีเอ็มฯ 330e M Sport รุ่นประกอบในประเทศที่มาพร้อมเทคโนโลยีปลั๊ก-อินไฮบริด มาให้ได้สัมผัสครั้งแรก พร้อมฝึกอบรมภายใต้หลักสูตร "BMW Driving Experience 2017"
กิจกรรมดังกล่าว มอบประสบการณ์ความท้าทายในการขับขี่ด้วยการให้ความรู้และเทคนิคต่างๆ อย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการดริฟท์เข้าโค้งอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ การขับขี่บนสภาพพื้นผิวที่ท้าทายอย่างปลอดภัย รวมไปถึงการตอบสนองต่อการขับขี่ซึ่งไม่สามารถจำลองสถานการณ์ บนถนนทั่วไปได้ โดยมีผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญของบีเอ็มดับเบิลยูพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการขับขี่และตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างฉับไวและปลอดภัย
สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมสำหรับ บีเอ็มฯ 330e M Sport รุ่นประกอบในประเทศ 3 สิ่งหลัก คือ 1.มีหลังคาซันรูฟ 2.เบาะที่นั่งแถวหลังสามารถปรับพับเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ และ 3.ม่านบังแดดที่ประตูสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และเพิ่มเติมอีกอย่างหนึ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ คือ ราคาที่ลดลง 3 แสนบาท หรืออยู่ที่ 2.79 ล้านบาท จากรุ่นนำเข้าอยู่ที่ 3.09 ล้านบาท
รุ่นนี้มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตัน-เมตร และมอเตอร์ไฟฟ้า 89 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 55.6 กม./ลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ที่ 42 กรัม/กม.
ด้านระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวอยู่ที่ 37-40 กม. ด้วยแบตเตอรี่ 7.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประกอบไปด้วยโมดูลแบตเตอรี่ 5 ตัว และโมดูลสามารถถอดเปลี่ยนได้ตามความจำเป็น จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและสามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป พร้อมการรับประกัน 6 ปี หรือ 1 แสน กม.
รูปแบบของหลักสูตรสร้างให้รู้ถึงการแก้ไขปัญหาหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินบนท้องถนน ระบบความปลอดภัยของตัวรถที่ให้มา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ "สติ" ในการรับมือเหตุฉุกเฉิน ซึ่งหากมีทั้งสติที่ดี และรถที่ดีแล้วนั้น จะส่งผลให้ช่วยลดความเสียหายหรือช่วยให้ปลอดภัยได้ดีที่สุด
พื้นฐานสำคัญเมื่อนั่งอยู่หลัง พวงมาลัย คือ 1.สภาพร่างกายพร้อม 2.รัดเข็มขัดนิรภัย 3.ตำแหน่งที่นั่ง เหมาะสม







