posttoday
ตลาดติดตามประเด็น...ธนาคารกลาง

ตลาดติดตามประเด็น...ธนาคารกลาง

30 มิถุนายน 2560

อัญชลี ซิงห์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.80-34.10 โดยในสัปดาห์นี้ประเด็นเรื่องธนาคารกลางจะยังเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดจะจับตามอง

อัญชลี ซิงห์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย

ในสัปดาห์นี้ สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย มองว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.80-34.10 โดยในสัปดาห์นี้ประเด็นเรื่องธนาคารกลางจะยังเป็นปัจจัยหลักที่ตลาดจะจับตามอง

สำหรับปัจจัยในประเทศธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการประชุมเรื่องนโยบายการเงิน โดยตลาดคาดว่าแบงก์ชาติจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% อย่างไรก็ตาม อาจต้องรอดูว่าธนาคารกลางจะส่งสัญญาณกังวลเรื่องการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทหรือไม่

นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐและยุโรปจะแถลงรายงานจากการประชุมในเดือน มิ.ย. โดยตลาดรอดูว่าธนาคารกลางเหล่านี้จะส่งสัญญาณเรื่องนโยบายการเงินอย่างไร

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจตลาดจะติดตามตัวเลขอัตราเงินเฟ้อไทยสำหรับเดือน มิ.ย. ซึ่งตลาดคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับขึ้น 0.02% จากระยะเดียวกันปีที่แล้ว นอกจากนี้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ได้ หากตัวเลขนี้ออกมาอยู่ที่ระดับสูงกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 179,000 ค่าเงินดอลลาร์อาจมีทิศทางปรับแข็งค่าขึ้นได้

ค่าเงินบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.92 โดยเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มีทิศทางปรับอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงแรกของสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปรับอ่อนค่าลงเนื่องจากที่ค่าเงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากความคิดเห็นของผู้กำหนดนโยบายการเงินสหรัฐต่างๆ โดยความคิดเห็นของ วิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก สะท้อนให้เห็นว่าเขายังคงสนับสนุนกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอยู่

โดย ดัลลีย์ ได้กล่าวว่า เนื่องจากที่สถานการณ์ทางการเงินสหรัฐมีการผ่อนคลายมากขึ้น เฟดสามารถหยุดการผ่อนคลายนโยบายการเงินได้ นอกจากนี้ จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโก ได้กล่าวว่า เขาคาดว่าการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อสหรัฐ เป็นผลชั่วคราว และเขาคาดว่าเงินเฟ้อที่สหรัฐจะปรับขึ้นมาอยู่ที่เป้าหมายของเฟดภายในปีหน้า เพราะฉะนั้นเขาคาดว่าเฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีกครั้งหนึ่งในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางและปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นตามการแข็งค่าขึ้นของเงินหยวน โดยค่าเงินหยวนปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางสัปดาห์โดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางจีนเข้ามาแทรกแซงเพื่อที่จะทำให้ค่าเงินหยวนปรับแข็งค่าขึ้น

ทั้งนี้ ในสิ้นสัปดาห์ค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังจากตัวเลขจีดีพีสหรัฐ ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ของตลาด โดยตัวเลขจีดีพีสหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐเติบโต 1.4% QoQ มากกว่าประมาณการของตลาดที่ +1.2%QoQ ในไตรมาสแรก ในที่สุดค่าเงินบาทมาปิดตลาดที่ระดับ 33.95

ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 111.10 และมีทิศทางปรับอ่อนค่าลงส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรายงานการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นในเดือน มิ.ย.เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ค่าเงินเยนปรับอ่อนค่าลง รายงานนี้สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางอาจยังไม่หยุดใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งในรายงานนี้ธนาคารกลางได้กล่าวว่าการบริโภคภาคเอกชนมีทิศทางปรับดีขึ้นและค่าจ้างอาจปรับดีขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ที่ระดับต่ำ ดังนั้นธนาคารกลางญี่ปุ่นจะยังใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอยู่เพื่อที่จะกระตุ้นเงินเฟ้อ นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้กล่าวว่าเขาไม่สามารถคาดเดาเรื่องการยกเลิกของโครงการ QE ได้ ในขณะที่เงินเฟ้อยังต่ำอยู่

ดังนั้น ความคิดเห็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะยังสนับสนุนกับการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ญี่ปุ่น โดยรวมแล้วค่าเงินเยนปรับอ่อนค่าลงมาปิดตลาดที่ระดับ 111.96

ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.1199 ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินยูโรมีทิศทางปรับแข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน โดยประเด็นหลักที่ช่วยหนุนค่าเงินยูโรคือความคิดเห็นของผู้ว่าการธนาคารกลางยุโรป มาริโอ ดรากี โดยดรากีได้กล่าวว่าเศรษฐกิจยูโรโซนดูดีขึ้น ในขณะที่ความเสี่ยงเรื่องภาวะเงินฝืดมีทิศทางชะลอตัวลง

ดังนั้น เขาคาดว่าธนาคารกลางสามารถเปลี่ยนท่าทีเรื่องนโยบายการเงินได้ ความคิดเห็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางยุโรปดูเศรษฐกิจในแง่ที่ดีขึ้น และสิ่งนี้อาจทำให้ธนาคารกลางไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม โดยค่าเงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นเนื่องจากที่ตลาดตีความว่าธนาคารกลางยุโรปอาจเริ่มพิจารณาเรื่องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรืออาจลดการอัดฉีดเงินในระบบเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ค่าเงินยูโรได้รับแรงหนุนจากตัวเลข PMI ด้วยที่สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังฟื้นตัวอยู่ โดยตัวเลขสำหรับเดือน มิ.ย.สะท้อนให้เห็นว่าตัวเลข PMI ของภาคการผลิตปรับขึ้นมาอยู่ที่ 57.3 จาก 57 มากกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 56.8 ในขณะที่ตัวเลข PMI ของภาคบริการปรับลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 54.7 จาก 56.3 ในเดือน พ.ค. ถึงแม้ว่าตัวเลขภาคบริการปรับลง โดยรวมแล้วตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจยูโรโซนยังแข็งแกร่งอยู่ ในขณะที่ตัวเลขความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภคและนักธุรกิจในเศรษฐกิจยุโรปที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในประมาณรอบ 10 ปี ช่วยหนุนค่าเงินยูโรด้วย ดังนั้นค่าเงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นมาปิดตลาดที่ระดับ 1.1403

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค