
เห็นด้วยกับหอชมเมือง
กลายเป็นเรื่องเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงอีกแล้ว สำหรับโครงการหอชมเมืองกรุงเทพมหานครที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม.ไปหมาดๆ
กลายเป็นเรื่องเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงอีกแล้ว สำหรับโครงการหอชมเมืองกรุงเทพมหานครที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม.ไปหมาดๆ
และที่กลายเป็นปัญหาโดนวิจารณ์หนักมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการแถลงของรัฐบาลนี่แหละ
เริ่มจากมูลค่าโครงการครั้งแรกบอกว่า 7,621 ล้านบาท แต่พอตรวจสอบกันไปตรวจสอบกันมา ก็บอกว่าติ๊กผิด เป็นแค่ 4,621 ล้านบาท
แต่ตัวเลข 7,000 ล้านบาท มันเผยแพร่ไปกว้างขวางมากมาย โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดอาการข้องใจว่า 3,000 ล้านบาทที่หายไป เอาไปทำห่อหมกกันที่ไหน
ถัดมายังมีถ้อยแถลงที่ก่อให้เกิดการเข้าใจผิดได้ง่าย ก็คือการแถลงว่าเป็นการเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการพัฒนาที่ดินของรัฐโดยไม่ต้องประมูล
แค่นี้ก็วงแตกแล้ว
ข้อสงสัยทันทีก็คือเอาที่ดินของรัฐมาให้เอกชนใช้ได้อย่างไรโดยไม่ประมูล มีอะไรหรือเปล่า
ทั้งๆ ที่โครงการลักษณะเช่นนี้ประมูลไปก็เกิดได้ยาก มันไม่มีกำไร
ตามโครงการจะก่อสร้างหอคอยชมเมือง โดยเช่าที่จ่ายให้กรมธนารักษ์ปีละ 198 ล้านบาท ใช้เงินก่อสร้างอีกกว่า 4,000 ล้านบาท ที่มาจากทั้งการกู้เงินและเงินบริจาคของเอกชน
ส่วนการดูแลบริหารโครงการก็ไม่ใช่ทำในนามบริษัทที่ทำการค้า แต่เป็นมูลนิธิฯ ไม่เอาเงินกำไรมาปันผล โดยเงินที่ได้จะใช้ในกิจกรรมการกุศล
แต่โครงการนี้ไม่ขาดทุนก็บุญโขแล้ว เนื่องจากใช้เงินลงทุนสูง มีตัวแปรมาก เก็บค่าเข้าชมคนละหลักร้อย ถ้าเป็นการลงทุนปกติไม่มีใครแน่
ยิ่งถ้าเอาที่ดินมาเปิดประมูลเป็นการทั่วไปในทุกรูปแบบ รับรองได้ว่าที่ดินริมน้ำจะไปเสร็จกับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีทางหรอกที่โครงการหอชมเมืองจะเกิดได้
ประเด็นเดียวที่ต้องอธิบายให้ชัด และเปิดกว้างให้วิจารณ์กันก็คือ ที่ตั้งโครงการหอชมเมืองไปอยู่ติดกับโครงการไอคอนสยาม มูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท อภิมหาโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งห้างสรรพสินค้า ที่พักอาศัย ฯลฯ
เพราะโครงการหอชมเมือง รวมถึงการก่อตั้งมูลนิธิฯ การหาเงินลงทุนเกาะเกี่ยวกับโครงการไอคอนสยาม
ลองคิดกันได้ว่า เงินที่เอกชนเข้ามาลงทุนในโครงการหอชมเมือง 4,000 ล้านบาท มากหรือน้อยไปเมื่อเทียบกับหอชมเมืองที่จะได้มา แลกกับการที่จะไปเอื้อหรือส่งเสริมภาพลักษณ์โครงการไอคอนสยาม
และผลประโยชน์ทั้งหมดจะไปตกกับผู้พัฒนาไอคอนสยามฝ่ายเดียว หรือกระจายไปทั่วทั้งในแง่การพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ หรือได้แลนด์มาร์คใหม่ที่จะเป็นสมบัติส่วนกลาง
จะแง่บวก แง่ลบเป็นสิ่งที่พูดจา วิจารณ์ได้ในแง่เศรษฐกิจ สังคม เหมาะ ไม่เหมาะ ฯลฯ
แต่ถ้าทดลองแบบการหยั่งคะแนนเสียงขั้นแรก หรือไพรมารีโหวตมาทดสอบ โครงการแบบนี้ไม่ว่าเอกชนรายไหนถ้าจะทำหรือผลักดันขึ้นมา
ขอเป็นเสียงที่ยกมือสนับสนุน n







