
ค่าธรรมเนียมอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก่อนเลือกซื้อกองทุนรวม
ปริย เตชะมวลไววิทย์ฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวมน่าจะคุ้นเคยกับหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนมาไม่มากก็น้อย เพราะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนการตัดสินใจลงทุน โดยหนังสือชี้ชวนประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนข้อมูลกองทุนรวม ซึ่งจะบอกรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับกองทุนรวมนั้นๆ และส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ หรือ Factsheet ซึ่งจะบอกเฉพาะข้อมูลหลักๆ ที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน ผมเชื่อว่าผู้ลงทุนจำนวนหนึ่งยังไม่เคยเปิดอ่านหนังสือชี้ชวนอย่างจริงจัง เนื่องจากความหนาของเนื้อหาเต็มไปด้วยตัวอักษร เมื่ออ่านแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจ และชวนให้เกิดความรู้สึกเบื่อเอาได้ง่ายๆ ก.ล.ต.เห็นอุปสรรคเรื่องนี้จึงได้ปรับ Factsheet ให้อยู่ในรูปแบบใหม่ ซึ่งจะมีข้อมูลสั้นๆ กระชับให้ได้ใจความ ประกอบกับการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบกราฟ หรือแผนภูมิก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพง่ายขึ้นนะครับ
ปริย เตชะมวลไววิทย์ฝ่ายสื่อสารองค์กรและส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวมน่าจะคุ้นเคยกับหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนมาไม่มากก็น้อย เพราะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนการตัดสินใจลงทุน โดยหนังสือชี้ชวนประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนข้อมูลกองทุนรวม ซึ่งจะบอกรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับกองทุนรวมนั้นๆ และส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ หรือ Factsheet ซึ่งจะบอกเฉพาะข้อมูลหลักๆ ที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุน ผมเชื่อว่าผู้ลงทุนจำนวนหนึ่งยังไม่เคยเปิดอ่านหนังสือชี้ชวนอย่างจริงจัง เนื่องจากความหนาของเนื้อหาเต็มไปด้วยตัวอักษร เมื่ออ่านแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจ และชวนให้เกิดความรู้สึกเบื่อเอาได้ง่ายๆ ก.ล.ต.เห็นอุปสรรคเรื่องนี้จึงได้ปรับ Factsheet ให้อยู่ในรูปแบบใหม่ ซึ่งจะมีข้อมูลสั้นๆ กระชับให้ได้ใจความ ประกอบกับการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบกราฟ หรือแผนภูมิก็น่าจะช่วยให้เห็นภาพง่ายขึ้นนะครับ
ผู้ลงทุนในกองทุนรวมหลายท่านให้ความสนใจกับนโยบายการลงทุนและผลตอบแทนของกองทุน ในครั้งนี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องที่อาจจะลืมนึกถึงเวลาตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนรวม นั่นก็คือค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่กองทุนเรียกเก็บครับ ปกติแล้วค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกองทุนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุนรวม หากเป็นกองทุนประเภทที่บริหารไม่ยากจะเก็บค่าธรรมเนียมต่ำ เช่น กองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้ ส่วนกองทุนประเภทที่บริหารยากขึ้น ก็จะเก็บค่าธรรมเนียมสูงขึ้นตามไปด้วย เช่น กองทุนรวมแบบผสม กองทุนรวมตราสารทุน และกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศก็จะยิ่งเก็บค่าธรรมเนียมสูง ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อกองทุน ผมขอแนะนำให้ดูค่าธรรมเนียมประกอบกับผลตอบแทนด้วยครับ
ค่าธรรมเนียมที่จะแสดงรูปแบบใหม่แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
(1) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุนรวม และเป็น "ต้นทุนทางอ้อม" ที่แต่ละกองทุนรวมจะเรียกเก็บจากกองทุนในอัตราที่ไม่เท่ากัน ซึ่งผู้ลงทุนต้องจ่ายภายหลังจากที่มีการซื้อหน่วยลงทุนแล้ว ไม่ว่าผลของการบริหารจัดการกองทุนรวมนั้นจะขาดทุนหรือมีกำไรก็ตาม ประกอบไปด้วยค่าธรรมเนียมการจัดการ เป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทจัดการเรียกเก็บจากการบริหารเงินลงทุนให้เรา ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการดูแลทรัพย์สินของกองทุนให้แก่ผู้ลงทุน ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน
สำหรับบริหารจัดงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานทะเบียนของผู้ถือหน่วยและค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยค่าธรรมเนียมที่แสดงในหนังสือชี้ชวนรูปแบบใหม่นี้ จะอยู่ในรูปแบบกราฟแท่งพร้อมทั้งแสดงตัวเลขค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บและเพดานค่าใช้จ่ายสูงสุดที่สามารถเรียกเก็บได้ โดยคิดเป็นร้อยละต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ตัวอย่างเช่น ถ้ากองทุนสามารถทำผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายได้ 10% ต่อปี และมีค่าใช้จ่ายรวมที่ 2% ต่อปี หมายความว่าทุกปีกองทุนจะหักค่าใช้จ่ายจากเราไป 2% เท่ากับว่า ผลตอบแทนที่จะได้รับจริงก็จะเหลือ 8% ต่อปี ซึ่ง NAV ที่เราเห็นบนหน้าเว็บไซต์ของแต่ละบริษัทจัดการนั้น ก็ได้หักค่าธรรมเนียมอันนี้ไปแล้วด้วยครับ
"ถ้ากองทุนสามารถทำผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายได้ 10% ต่อปี และมีค่าใช้จ่ายรวมที่ 2% ต่อปี หมายความว่า ทุกปีกองทุนจะหักค่าใช้จ่ายจากเราไป 2% เท่ากับว่าผลตอบแทนที่จะได้รับจริงก็จะเหลือ 8% ต่อปี"
(2) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เกิดขึ้นในตอนที่ผู้ลงทุนส่งคำสั่งเพื่อทำรายการต่างๆ อาทิ ค่าธรรมเนียมการขาย ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ซึ่งบริษัทจัดการเก็บโดยตรงจากผู้ถือหน่วยที่ทำรายการ โดยคิดเป็นอัตราร้อยละของมูลค่าหน่วยลงทุน ซึ่งจะนำมาบวกหรือลบจากมูลค่าหน่วยลงทุน ตัวอย่างเช่น กองทุนระบุว่า มีค่าธรรมเนียมการขายร้อยละ 2 ถ้าผู้ลงทุนต้องการซื้อกองทุนด้วยเงิน 1,000 บาท ก็จะถูกหักไป 20 บาท เท่ากับว่าเงินที่จะถูกนำไปลงทุนจริงคือ 980 บาท
ค่าธรรมเนียมนับว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีผลต่อผลตอบแทนของเงินลงทุน ซึ่งข้อมูลที่แสดงจะย้อนหลัง 3 ปีให้ด้วย ดังนั้น ผู้ลงทุนสามารถเปรียบเทียบเรื่องนี้ได้จาก Factsheet ของแต่ละกองครับ หากยังมีข้อสงสัยสามารถสอบถามผู้แนะนำการลงทุนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ และอย่าลืมอ่านเรื่องอื่นๆ
นอกเหนือจากเรื่องค่าธรรมเนียม อาทิ นโยบายการลงทุนและเงื่อนไขการลงทุนด้วยนะครับ และควรลงทุนเมื่อเห็นว่าการลงทุนในกองทุนรวมนี้ เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนและเราสามารถยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้
ผมจึงขอเชิญชวนให้ผู้ลงทุนอ่าน Factsheet ก่อนการตัดสินใจลงทุน และลองดูนะครับว่ารูปแบบใหม่เข้าใจมากขึ้นหรือยัง เพื่อที่จะลงทุนได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในระยะยาวกับผู้ลงทุนเองด้วย
โดยผู้ลงทุนสามารถขอรับ Factsheet ได้จากพนักงานขาย เว็บไซต์ของบริษัทจัดการ หรือเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th ครับ
ก.ล.ต.ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ







