posttoday
ระดับความอยากอยู่องค์กร สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง

ระดับความอยากอยู่องค์กร สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง

27 มิถุนายน 2560

ดิลก ถือกล้า & [email protected]เป็นธรรมชาติของทุกองค์กรที่เวลาได้คนดีคนเก่งมาอยู่ในองค์กรแล้ว ก็อยากให้คนเหล่านั้นอยู่กับองค์กรไปนานๆ มีการสำรวจที่น่าสนใจล่าสุดโดยบริษัทที่ปรึกษา Ranstard ที่ให้คำปรึกษาด้านการสร้าง Employer Brand ได้สำรวจจากบริษัทชั้นนำในสิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง เพื่อดูว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้าผู้เข้าร่วมสำรวจจะยังอยากอยู่กับองค์กรหรือไม่

ดิลก ถือกล้า & [email protected]

เป็นธรรมชาติของทุกองค์กรที่เวลาได้คนดีคนเก่งมาอยู่ในองค์กรแล้ว ก็อยากให้คนเหล่านั้นอยู่กับองค์กรไปนานๆ มีการสำรวจที่น่าสนใจล่าสุดโดยบริษัทที่ปรึกษา Ranstard ที่ให้คำปรึกษาด้านการสร้าง Employer Brand ได้สำรวจจากบริษัทชั้นนำในสิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง เพื่อดูว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้าผู้เข้าร่วมสำรวจจะยังอยากอยู่กับองค์กรหรือไม่

ผลปรากฏว่า 38.84% ในสิงคโปร์ 38.68% ในฮ่องกง และ 34.58 % ในมาเลเซีย บอกว่าอยากลาออกในอีก 6 เดือนข้างหน้า และที่มีความเหมือนกันทั้ง 3 ประเทศ คือ กลุ่มคนอายุ 25-30 ปีเป็นกลุ่มคนที่อยากจะลาออกมากที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงอายุที่สูงกว่า

เหตุผลหลัก 2 อันดับแรกของการที่ทำให้ลูกจ้างทั้ง 3 ประเทศอยากลาออกจะเป็นเรื่องที่ไปในทิศทางเดียวกัน คือ

. การขาดโอกาสในการเติบโตในอาชีพ และ

. การได้ผลตอบแทนที่ไม่น่าพึงพอใจ

ส่วนสาเหตุอันดับ 3 นั้น สิงคโปร์กับมาเลเซียจะเป็นเรื่องเดียวกัน คือ การถูกยอมรับ หรือได้รับการยกย่องชื่นชมจากผู้บริหารหรือหัวหน้างาน

ขณะที่ในฮ่องกง จะเป็นเรื่องบรรยากาศและสถานที่ทำงานไม่น่ารื่นรมย์ แต่ที่เหมือนกับสำหรับลูกจ้างรุ่นหนุ่มสาว คือ อันดับหนึ่งที่ทำให้เขาไม่อยากอยู่ต่อ คือ เรื่องเงินเดือนและสวัสดิการ ซึ่งผลกระทบด้านต้นทุนของการลาออกนั้น ผมเคยได้อ่านบทสรุปงานวิจัยของบริษัทวิจัย Glassdoor เขาบอกว่า ต้นทุนการลาออกของคนคน หนึ่งที่จะต้องหาคนมาแทน ต้องมาฝึก และค่าเสียโอกาสต่างๆ โดยเฉลี่ยจะตกประมาณ 21% ของค่าจ้างต่อปีของพนักงานหนึ่งคน ซึ่งนับว่าสูงมาก

ผมมองว่า นี่เป็นประเด็นร่วมกันขององค์กรในทุกๆ ประเทศรวมทั้งในไทย ที่เรามักจะหาคนดีคนเก่งมาได้ แต่จะรักษาเอาไว้ไม่ได้ ความยากยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบัน คือ ความคาดหวัง และความต้องการของแต่ละรุ่นก็ไม่เหมือนกัน ซึ่งสะท้อนออกมาในผลสำรวจว่า ในรุ่นที่อาวุโสกว่าจะมองที่โอกาสในการเติบโต แต่คนรุ่นหนุ่มสาวกว่าก็จะมองที่รายได้ที่ จับต้องได้เป็นสำคัญ

ผมเชื่อว่า มีบทความที่พูดเรื่องเหล่านี้อยู่มาก ขึ้นอยู่กับผู้บริหารแต่ละที่ว่า จะเอาจริงเอาจังแค่ไหนในการดำเนินการ ในการปรับปรุงเพื่อให้พนักงานเกิดความผูกพันและอยากอยู่กับองค์กรต่อไป เพราะจากผลสำรวจข้างต้น การได้รับการยกย่องยอมรับจากหัวหน้าเองก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กันที่จะสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ และดึงดูดคนเก่งคนดีเอาไว้

นี่ถือเป็นความท้าทายร่วมสมัยของทุกองค์กรในแทบทุกประเทศเลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก hrinasia.com

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค