
รฟม.เร่งเคลียร์พื้นที่รองรับรถไฟฟ้าสารพัดสี
รองผู้ว่าฯรฟม.เผย เร่งเคลียร์พื้นที่รองรับรถไฟฟ้าสารพัดสี ตั้งเป้าตอกเสาเข็มรถไฟฟ้าสามสายรวดเดียวในไตรมาส 3
รองผู้ว่าฯรฟม.เผย เร่งเคลียร์พื้นที่รองรับรถไฟฟ้าสารพัดสี ตั้งเป้าตอกเสาเข็มรถไฟฟ้าสามสายรวดเดียวในไตรมาส 3
นายภคพงค์ ศิริกันทรมาศ รองผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. ได้หารือเข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เพื่อหาข้อสรุปเรื่องการขอใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นหลากหลายสายในปีนี้และปีหน้า ซึ่งภายหลังจากหารือกันแล้ว พบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาใดๆ แต่ขอให้ รฟม. กลับไปพิจารณาเทคนิคการก่อสร้างเพิ่มเติมในบางพื้นที่เพื่อไม่ให้กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของ ทล. และ ทช. โดยเมื่อรายละเอียดต่างๆ ชัดเจนแล้วจึงอนุญาตให้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าได้
สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าแสนล้านที่ได้ลงนามสัญญากับเอกชนไปแล้วนั้นได้แก่โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร วงเงิน 5.2 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร วงเงิน 5.4 หมื่นล้านบาท นั้นตั้งเป้าว่าเอกชนเข้าพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าเหลือง-ชมพูได้ไม่เกินไตรมาสที่ 3 หรือเดือน ส.ค.- ก.ย. นี้ แบ่งเป็นสายสีเหลืองจะให้เข้าพื้นที่บริเวณศรีนครินทร์ก่อน ส่วนพื้นที่ในเมืองอาจจะชะลอไว้เพื่อไม่ให้กระทบกับจราจร เพราะตอนนี้มีการก่อสร้างสายสีเขียวอยู่ ส่วนสายสีชมพูจะเริ่มสร้างจากเกาะกลางและน่าจะเข้าพื้นที่ได้เยอะกว่า เพราะไม่ซ้อนทับกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายอื่น ควบคู่ไปกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 21.2 กิโลเมตร วงเงิน 110,325 ล้านบาท จะเริ่มตอกเสาเข็มทดสอบการรับน้ำหนักวันที่ 10 ก.ค. นี้ บริเวณแยกมิสทีส รามคำแหง
นายภคพงค์ การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองขณะนี้มีประเด็นเรื่องการจัดทางระบายน้ำ เพราะการก่อสร้างรถไฟฟ้าต้องใช้พื้นที่เกาะกลางซึ่งเป็นทางระบายน้ำในปัจจุบัน รฟม. จึงจะแก้ปัญหาด้วยการต่อท่อระบายน้ำจากเกาะกลางไปทางเท้าและขยายทางเท้าให้กว้างขึ้นเพื่อให้ระบายน้ำได้เท่าเดิม ควบคู่ไปกับการขอใช้พื้นที่สำนักงานแขวงการทางวัดศรีเอี่ยมประมาณ 10 ไร่ ก่อสร้างเป็นจุดจอดแล้วจร (Park&Ride) ของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งเบื้องต้น ทล. ได้เห็นชอบหลักการแล้ว แต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินราชพัสดุ ดังนั้น รฟม. จึงต้องเสนอเรื่องต่อกรมธนารักษ์เพื่อขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้พื้นที่ต่อไปส่วนด้านรถไฟฟ้าสายสีชมพู ขณะนี้มีปัญหาบริเวณสถานีหลักสี่ เพราะการก่อสร้างจะเข้าไปในพื้นที่แขวงการทางหลักสี่ประมาณ 15% ดังนั้น ทล. จึงขอให้ปรับแบบจุดดังกล่าวเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบหรือส่งผลกระทบน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง 23.6 กิโลเมตร จะต้องพิจารณาไม่ให้กระทบกับโครงสร้างสะพานพระปกเกล้าและสะพานพระราม 3 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงตลิ่งชัน (บางขุนนนท์) -ศูนย์วัฒนธรรมฯ ระยะทาง 16.4 กิโลเมตร จะต้องพิจารณาไม่ให้กระทบกับตอม่อสะพานพระปิ่นเกล้า
ภาพประกอบข่าว







