posttoday
ชงบิ๊กตู่ใช้ม.44 เบรกพรบ.เดินเรือ

ชงบิ๊กตู่ใช้ม.44 เบรกพรบ.เดินเรือ

27 มิถุนายน 2560

คมนาคมเสนอนายกฯใช้ม.44 แก้ปัญหาบังคับใช้ พ.ร.บ.เดินเรือ-ยกเว้นการลงโทษคนทำผิดย้อนหลัง พร้อมขยายเวลาการแจ้งข้อมูล

คมนาคมเสนอนายกฯใช้ม.44 แก้ปัญหาบังคับใช้ พ.ร.บ.เดินเรือ-ยกเว้นการลงโทษคนทำผิดย้อนหลัง พร้อมขยายเวลาการแจ้งข้อมูล

นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอให้นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ 17 พ.ศ. 2560 นั้นส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนอย่างมากโดยเฉพาะชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงคมนาคมได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาโดยชะลอบทลงโทษและข้อบังคับใช้พรบ.ดังกล่าวออกไปก่อนในบางขั้นตอนประกอบด้วย 3 ประเด็นได้แก่ การชะลอและขยายเวลาการแจ้งสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำต่อกรมเจ้าท่า (จท.) จากเดิมกำหนดเส้นตายไว้ไม่เกินวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยสมาคมประมงเสนอให้ขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี แต่รัฐบาลมองว่ามากเกินไป จึงได้เสนอขอขยายเวลาไปอีก 60 วัน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคสช.

สำหรับข้อเสนอต่อมาคือการขอยกเว้นการลงโทษเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำย้อนหลังทั้งหมด เนื่องจาก พ.ร.บ.การเดินเรือฯ ฉบับใหม่กำหนดอัตราค่าปรับค่อนข้างสูงและเพิ่มโทษจำคุกด้วย โดยกฎหมายใหม่กำหนดว่าผู้แจ้งข้อมูลกับ จท. ต้องชำระค่าปรับย้อนหลังในอัตรา 500-10,000 บาทต่อตารางเมตร แต่ไม่มีโทษจำคุก ส่วนผู้ที่ไม่แจ้งข้อมูลจะมีโทษปรับย้อนหลัง 1,000-20,000 บาทต่อตารางเมตร โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมได้เสนอให้ลดหย่อนค่าธรรมเนียมสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำให้อยู่ในระดับที่ประชาชนรับได้ จากเดิมกำหนดว่าต้องไม่ต่ำกว่า 50 บาทต่อตารางเมตรต่อปี โดยจะมีการออกประกาศกระทรวงคมนาคมเพื่อกำหนดประเภทสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและอัตราค่าธรรมเนียมของแต่ละประเภท ซึ่งคาดว่ากฎกระทรวงจะแล้วเสร็จในอีก 1 ปีข้างหน้า แต่ระหว่างนี้จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมรายปีจนกว่ากฎกระทรวงจะมีผลบังคับใช้

"คสช. จะแก้ปัญหานี้โดยเร็ว คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ก็จะมีคำสั่งมาตรา 44 ออกมา ซึ่งทาง คสช. จะขยายเวลาแจ้งข้อมูลตามความเหมาะสม ส่วนการเก็บค่าธรรมเนียมรายปีเราเสนอว่าควรอยู่ในอัตรา 5 บาทต่อตารางเมตรต่อปีเท่ากฎหมายเดิม และจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมอุปกรณ์การเกษตรอย่างกระชังปลา"นายพิชิตกล่าว

สำหรับพรบ.ดังกล่าวได้ลงประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 ม.ค.60ที่ผ่านมา และมีผลใช้บังคับในวันที่ 23 ก.พ. โดยสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีเจตนารมณ์เพื่อควบคุมการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดลงไปในแม่น้ำ ลำคลอง ทะเล ชายหาดสาธารณประโยชน์ เพื่อประโยชน์ในการรักษาลำน้ำสำหรับการพาณิชนาวี การเกษตรกรรม และการป้องกันอุทกภัย ซึ่งในเนื้อหาระบุว่าหากฝ่าฝืนการปลูกสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ และไม่แจ้งภายในกำหนด 22 มิ.ย. 2560 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับโดยคำนวณตามพื้นที่ของอาคารหรือสิ่งอื่นใดในตารางเมตรละ 1,000 บาท แต่ไมเกิน 20,000 บาท

นอกจากนี้ผู้ครอบครองวิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำต้องแจ้งต่อกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่สิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ตามช่องทางหรือวิธีการที่กำหนดภายในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ หลังจากนั้น จท.จะแจ้งให้ทราบว่าการออกใบอนุญาตให้ได้หรือให้ทำการรื้อถอนภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน