
‘ร้านข้าวชาวนา’ มุ่งพัฒนาเกษตรอินทรีย์
ร้านข้าวชาวนาถือเป็นสมาร์ทฟาร์เมอร์รุ่นใหม่ที่มุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ทั้งผักสดพื้นบ้านและข้าวอินทรีย์
โดย...
ร้านข้าวชาวนาถือเป็นสมาร์ทฟาร์เมอร์รุ่นใหม่ที่มุ่งสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ทั้งผักสดพื้นบ้านและข้าวอินทรีย์ โดยปลูกด้วยใจรักพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสู่กลุ่มลูกค้า
“พินณารักษ์ พันธุมาศ” และ“สายชล บริสุทธิ์” ผู้ร่วมก่อตั้งร้านข้าวชาวนา เปิดเผยว่า จากการที่ตนเองได้ทำงานเป็นนักวิชาการเกษตรและได้ทำงานในมหาวิทยาลัย เป็นจุดเริ่มต้นที่ผลักดันสู่การรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งยังไม่มีเครือข่ายการเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิต ทำให้สนใจส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการผลิตและได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
ทั้งนี้ การรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากการรวมกลุ่มของเครือข่ายและการร่วมพัฒนาผู้ประกอบการพร้อมกัน เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีทางการเกษตรให้แก่ผู้บริโภคและทำให้ผู้บริโภคได้รับความมั่นใจกับมาตรฐานสินค้าที่มีคุณภาพ
ขณะเดียวกันทั้งคู่ได้สนใจขยายตลาดสู่การเปิดร้านในพื้นที่ กทม. ในชื่อ “ร้านข้าวชาวนา” ซึ่งได้ลงทุนเปิดร้านเองและเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ และสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีมาตรฐานสู่ตลาด โดยการเปิดร้านชาวนาจะเปิดที่บริเวณกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ถนนรัชดาภิเษก ที่จะเปิดตามการจัดงานต่างๆ สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่จำหน่าย ซึ่งมีทั้งข้าวอินทรีย์พร้อมกับผักสดพื้นบ้านตามฤดูกาล รวมทั้งมีอาหารจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน
การรวมกลุ่มสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ยังมีการร่วมมือกับนักวิจัยในมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมมือพัฒนาการปลูกพืชทางการเกษตรและการพัฒนาสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของเกษตรในเครือข่าย ทำให้กลุ่มมีความเข้มแข็งมากขึ้น และทำให้กลุ่มเครือข่ายการเกษตรผลักดันทำธุรกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น อีกทั้งทำให้กลุ่มก็สามารถขยายทำตลาดได้ด้วยตัวเองด้วย
“การร่วมกลุ่มเป็นเครือข่ายทางการเกษตรมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นผลดีต่อทั้งการผลิตและกลุ่มพร้อมที่จะให้คำแนะนำ ให้ความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน อีกทั้งเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ของเราก็สามารถสร้างแบรนด์และออกไปทำตลาดในพื้นที่ต่างๆ ได้เอง” พินณารักษ์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมเข้าโครงการสตาร์ทอัพ สมาร์ทฟาร์มของ สสว. เพื่อต่อยอดและพัฒนาแบรนด์ในระยะต่อไป โดยทั้งคู่มีการปลูกเกษตรทั้งปลูกข้าวอินทรีย์และผักพื้นบ้านตามฤดูกาลอยู่ใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งการเป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำการเกษตรจะต้องมีการวางระบบบริหารจัดการทุกอย่าง รวมถึงการวางแผนวิเคราะห์ตลาด และความต้องการของลูกค้าให้ชัดเจน







