
กลต.คุ้ยงบEARTH
สั่งตั้งผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ เปิดเผยผล30วัน
สั่งตั้งผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ เปิดเผยผล30วัน
โพสต์ทูเดย์ - ก.ล.ต.สั่ง EARTH-POLAR จัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษพร้อมสั่งเปิดเผยผลภายใน 30 วัน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ได้สั่งให้บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) จัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special audit) เกี่ยวกับการทำรายการเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าและเงินจองสิทธิในการซื้อสินค้า และเปิดเผยผลการตรวจสอบภายใน 30 วัน
ทั้งนี้ EARTH เปิดเผยข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2560 ว่า ได้ผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน และค้างชำระหนี้สถาบันการเงิน ซึ่งทำให้เข้าเงื่อนไขผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ และมีหนี้สินที่คาดว่าจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ภายในเดือน มิ.ย. 2560 ซึ่งรวมมูลหนี้ทั้งหมดได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท หรือประมาณ 20% ของสินทรัพย์รวมทั้งหมด โดย EARTH ระบุว่า เกิดจากปัญหาสภาพคล่องและการที่วงเงินสินเชื่อสถาบันการเงินอยู่ระหว่างถูกทบทวน และปัจจุบัน EARTH พยายามหาแนวทางการชำระหนี้ที่เป็นรูปธรรมอยู่
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.เห็นว่าธุรกิจหลักของ EARTH คือการซื้อขายถ่านหิน (Trading) ซึ่งการบริหารสภาพคล่องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ผ่านมา EARTH ใช้แหล่งเงินทุนจากการขอสินเชื่อและการออกตราสารหนี้เพื่อจ่ายเงินล่วงหน้าค่าสินค้า และค่าจองสิทธิในการซื้อสินค้า มีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากปี 2558 อย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้น 58% และมียอดคงเหลือ ณ สิ้นงวดไตรมาสแรกปี 2560 คิดเป็น 45% ของสินทรัพย์รวม จึงถือเป็นสินทรัพย์หลักของ EARTH ซึ่ง ก.ล.ต.เห็นว่าความถูกต้องครบถ้วนของรายการดังกล่าวเป็นข้อมูลสำคัญต่อผู้ถือหลักทรัพย์และผู้ลงทุนทั่วไป รวมถึงเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อให้ EARTH กลับมาทำธุรกิจได้
ก.ล.ต.จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 58 (3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 สั่งให้ EARTH จัดทำ Special audit เกี่ยวกับการทำรายการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าสินค้า และค่าจองสิทธิในการซื้อสินค้าดังกล่าว โดยให้ผู้สอบบัญชีที่สังกัดสำนักงานสอบบัญชีขนาดใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่ง (Big 4) เป็นผู้ดำเนินการ และให้ส่งผลการตรวจสอบต่อ ก.ล.ต. พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 30 วันด้วย
นอกจากนี้ สั่งบริษัท โพลาริส แคปปิตัล (POLAR) จัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special audit) เกี่ยวกับที่มา ความมีอยู่จริง ความครบถ้วนในการบันทึกบัญชี และการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินของหนี้สินตามที่ POLAR แจ้งไว้ในคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และเปิดเผยผลการตรวจสอบภายใน 30 วัน
ทั้งนี้ POLAR นำส่งงบการเงินงวดสิ้นปี 2559 ต่อ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2560 มีส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นบวก 4,580 ล้านบาท แต่ POLAR ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2560 ซึ่ง POLAR ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางว่า POLAR มีหนี้ที่กำหนดจำนวนได้แน่นอนแล้ว รวมทั้งสิ้น 5,718 ล้านบาท ซึ่งอาจมากกว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ ข้อมูลหนี้สินที่ POLAR เปิดเผยในงบการเงินแตกต่างจากมูลหนี้ในคำร้องขอฟื้นฟูกิจการอย่างมีนัยสำคัญ หากข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้ถือหลักทรัพย์ หรือผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุนได้
ดังนั้น ก.ล.ต.จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 58 (3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 สั่งให้ POLAR จัดทำ Special audit เกี่ยวกับที่มา ความมีอยู่จริง ความครบถ้วนในการบันทึกบัญชี และการเปิดเผยข้อมูลหนี้สินที่ POLAR แจ้งไว้ในคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ โดยผู้สอบบัญชีที่สังกัดสำนักงานสอบบัญชีขนาดใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่ง (Big 4) และให้ส่งผลการตรวจสอบต่อ ก.ล.ต. พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 30 วันด้วย







