
กก.สิทธินัดอานันท์ถกทางออก11กิจการมลพิษ
กรรมสิทธิฯ นัด "อานันท์"หารือทางออก 11 กิจการรุนแรง ด้าน"นพ.ประเวศ"เสนอปฏิรูปกติกาจัดสรรทรัพยากร-แร่
กรรมสิทธิฯ นัด "อานันท์"หารือทางออก 11 กิจการรุนแรง ด้าน"นพ.ประเวศ"เสนอปฏิรูปกติกาจัดสรรทรัพยากร-แร่
นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่าได้กำหนดเข้าพบ นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุด เพื่อปรึกษาหารือเรื่อง โครงการหรือกิจการที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรง 11 ประเภทและการแก้ไขปัญหามาบตาพุด ในวันที่ 16 ก.ย. เวลา 17.00 น. ณ บ้านพิษณุโลก เพื่อเป็นแนวทางการพิจารณาแก้ไขปัญหามาบตาพุดตามที่นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 10.00 - 12.00 น. วันที่ 15 ก.ย. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน กำหนดหารือโครงการหรือกิจการที่เข้าข่ายก่อผลกระทบรุนแรง จำนวน 11 รายการ พร้อมกับเชิญหน่วยงานเข้าร่วมการประชุม เช่น นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี , ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ,อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ,เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยข้อร้องเรียนสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ด้านนายสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมสมัชชาปฏิรูปที่มีนพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมหารือเรื่องการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทรัพยากรแร่ เช่น ทองคำ ดีบุค และน้ำมัน ซึ่งควรมีการปรับปรุง 3 เรื่องคือ 1.กติกาการใช้ประโยชน์ 2.ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และ 3.ค่าภาคหลวง หรือ เงินค่าธรรมเนียมที่ผู้ประกอบการต้องชำระให้ภาครัฐ โดยที่ประชุมมอบหมายนพ.นิพนธ์ พัวพงศกร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)ไปศึกษาจัดทำข้อเสนอในรายละเอียดเพื่อนำเสนอในการจัดสมัชชาปฏิรูปทั่วประเทศในช่วงเดือน มี.ค.ปีหน้า
นอกจากนี้ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้รายงานความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการด้านความยุติธรรม ที่เน้นการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม 3 ด้าน คือ กฎหมายที่ก่อให้เกิดความยากจน กลไกยุติธรรมที่เป็นทางเลือกนอกเหนือตำรวจ อัยการ และศาล และ การปฏิรูปกลไกตำรวจ อัยการ และศาลที่อยู่ในระบบกระบวนการยุติธรรม







