
ธปท.ยังไม่ปรับมาตรการดูแลค่าบาท
ธปท.ยืนยันยังไม่ปรับมาตรการดูแลค่าเงินบาท แต่จับตาดูเงินทุนไหลเข้าใกล้ชิดยังไม่ต้องออกมาตรการเพิ่มเติม
ธปท.ยืนยันยังไม่ปรับมาตรการดูแลค่าเงินบาท แต่จับตาดูเงินทุนไหลเข้าใกล้ชิดยังไม่ต้องออกมาตรการเพิ่มเติม
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวแข็งค่าในลำดับต้นๆของภูมิภาค แต่นโยบายในการดูแลค่าเงินบาทของธปท.ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และจะไม่มีอัตราค่าเงินบาทในใจไว้ที่ระดับใดระดับหนึ่ง แต่จะดูแลไม่ให้ผันผวน ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการประชุมอัพเดทสถานการณ์อย่างต่อเนื่องต่อไป
“การที่ค่าเงินบาทแข็งระดับต้นๆ เป็นปัจจัยมาจากระบบเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เพราะดูแล้วเราดูดีกว่าสหรัฐฯ ยุโรป กลุ่มประเทศจี3 ทำให้เงินทุนเขาเข้ามาที่เราจากที่เคยออกไปเมื่อตอนที่เรามีสถานการณ์ทางการเมืองเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา” นางธาริษากล่าว
นางธาริษา เปิดเผยว่า ยอมรับว่าเมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมามีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)นัดพิเศษจริง ทำให้เป็นส่วนหนึ่งทำให้นักลงทุนมีการคาดเดาว่าธปท.จะมีการออกมาตรการเพิ่มเติมมาดูแลเงินทุนไหลเข้า ซึ่งเท่าที่ติดตามดูเงินทุนไหลเข้าสถานการณ์ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
อย่างไรก็ตาม ระหว่างใก้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถามว่าในสถานการณ์เช่นนี้ธปท.จะออกมาตรการอะไรมาดูแลเงินทุนไหลเข้าหรือไม่ นางธาริษา ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
ผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า ในวันนี้ (15ก.ย.) ธปท. ได้เชิญผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)เข้ามาหารือ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันและกัน รวมถึงสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากค่าเงินบาทด้วย จะได้หาแนวทางช่วยเหลือต่อไป ซึ่งเท่าที่รับฟังจากเอสเอ็มอีขณะนี้จะมีปัญหาในเรื่องการซื้อป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) เพราะมีผู้ประกอบการบางรายขาดสภาพคล่องที่จะนำไปวางมัดจำเวลาทำHedging ซึ่งธปท.จะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (เอ็กซิมแบงก์) ต่อไป ว่าจะช่วยปัญหานี้ได้อย่างไรบ้าง







