
เผยกลยุทธ์สู้บาท-เยนแข็ง
กลยุทธ์สู้ค่าบาทแข็ง กบข.ป้องกันเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 95% AOT สวอปหนี้เงินเยนเป็นเหรียญสหรัฐ STA ปิดช่องเจ็บตัวทั้ง 100% หุ้นร่วงตื่นมาตรการสกัด
กลยุทธ์สู้ค่าบาทแข็ง กบข.ป้องกันเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 95% AOT สวอปหนี้เงินเยนเป็นเหรียญสหรัฐ STA ปิดช่องเจ็บตัวทั้ง 100% หุ้นร่วงตื่นมาตรการสกัด
ในภาวะค่าเงินบาทแข็งอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา จนสร้างผลกระทบในวงกว้าง แต่จะสร้างปัญหาให้แต่ละบริษัทหรือองค์กรใดมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการปรับตัว
น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กบข.เพิ่งมีมติให้ขยายเพดานการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็น 95% จากเดิมมีสัดส่วนเพียง 50% ของเงินลงทุนต่างประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดผลขาดทุนจากการลงทุน และขณะนี้ได้ทยอยป้องกันส่วนนี้ประมาณ 60% แล้ว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อการลงทุนของ กบข. เช่นกัน แต่เพราะมีการป้องกันความเสี่ยงไว้บางส่วนทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในต่างประเทศยังเป็นบวก
นอกจากนี้ กบข.ได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมาตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จนมีสัดส่วนประมาณ 10% เกือบเต็มเพดานสูงสุด 11.5% ได้สร้างผลตอบแทนกว่า 8,000 ล้านบาท และเพิ่มผลตอบแทนโดยรวมขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5.67% หรือคิดเป็นเม็ดเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท ถือว่าดีขึ้นจากครึ่งปีแรกอยู่ที่ระดับประมาณ 2.6%
“หุ้นในต่างประเทศดีขึ้นเช่นกัน จนขณะนี้ผลตอบแทนตีกลับมาเป็นบวก ส่วนการลงทุนในหุ้นไทยคงไม่ปรับลดพอร์ต แต่จะเลือกรายกลุ่มแทน” น.ส.โสภาวดี กล่าว
ปัจจุบัน กบข.มีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศอยู่ประมาณ 25% แบ่งเป็นการลงทุนในหุ้นประมาณ 10% ส่วนที่เหลือได้ลงทุนในตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศ G7 มูลค่าประมาณ 300-400 ล้านเหรียญสหรัฐ และได้ผลตอบแทน 34% สูงกว่าตราสารหนี้ในประเทศ
นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) กล่าวว่า ในภาวะค่าเงินเยนแข็งและเงินเหรียญสหรัฐอ่อน บริษัทได้ทยอยเปลี่ยนหนี้สกุลเงินเยน เป็นเงินเหรียญสหรัฐ ประมาณ 75% ของมูลค่าหนี้ทั้งหมด 7 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 25% กำลังพิจารณาว่าจะแปลงหรือไม่
“การสวอปหนี้ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องและดูดียิ่งขึ้น แม้หากเงินบาทแข็งต่อไป คาดว่าในไตรมาส 4 สิ้นสุดเดือน ก.ย.นี้ บริษัทจะมีขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนทางบัญชีประมาณ 700 ล้านบาท จำนวนใกล้เคียงกับไตรมาส 3 ก็ตาม แต่รวมผลงานทั้งปีจะไม่ขาดทุนสุทธิ เพราะ 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิจำนวน 2,500-2,600 ล้านบาท” นายเสรีรัตน์ กล่าว
นายกิติชัย สินเจริญกุล กรรมการบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) กล่าวว่า ในหลักการธุรกิจยางที่มีการใช้วัตถุดิบในประเทศ และส่งออกไปขายต่างประเทศ จะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า แต่บริษัทกลับไม่ได้รับผลกระทบจากส่วนนี้ เนื่องจากมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้ง 100% มานานแล้ว และต่อเนื่องอีก 2-3 เดือน รวมถึงคู่แข่งธุรกิจสำคัญคือ มาเลเซียและอินโดนีเซีย ค่าเงินก็แข็งมากกว่าหรือใกล้เคียงกับไทย ทำให้บริษัทหรือผู้ส่งออกของไทยไม่เสียเปรียบ
ตลาดหุ้นร่วงระเนระนาดมาปิดที่จุดต่ำสุด 921.39 ลบ 15.65 จุด หรือ 1.67% โดยต่างชาติทิ้งโครม 1,809 ล้านบาท และสถาบันขาย 402 ล้านบาท เพราะในตลาดมีข่าวลือเรื่องทางการจะออกมาตรการมาควบคุมเงินลงทุนต่างประเทศ







