
สนพ. เผยพีคไฟฟ้าปี 60 ต่ำกว่าปีที่แล้ว
จากการคาดการณ์ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน
จากการคาดการณ์ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อน (เมษายน – พฤษภาคม) ซึ่งทุกๆ ปีจะมีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเพิ่มขึ้น โดยในปี 2560 ประมาณการว่าค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบไฟฟ้า (System Peak) จะอยู่ที่ 32,059 เมกะวัตต์ แต่จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าพบว่า เมื่อสิ้นสุดหน้าร้อนพีคไฟฟ้าของประเทศไทยอยู่ที่ 30,303.4 เมกะวัตต์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.20 น. ที่อุณหภูมิเฉลี่ย 35.2 องศาเซลเซียส มีปริมาณต่ำกว่าปี 2559 ที่พีคสูงสุดที่ 30,972.7 เมกะวัตต์ หรือต่ำกว่าประมาณ 669 เมกะวัตต์
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พีคไฟฟ้าของปี 2560 ต่ำกว่าปีที่แล้ว ได้แก่
1. อุณหภูมิเฉลี่ยไม่สูงตามที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 37.6 - 40 องศาเซลเซียส เพราะสภาพอากาศที่มีลมมรสุมพัดผ่าน ทำให้มีฝนตกเร็วกว่าฤดูกาลปกติ
2. ความร่วมมือจากภาคเอกชนในโครงการ Demand Response : DR ตามมาตรการของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในโครงการร่วมลดใช้พลังงานของกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงปลายเดือนมีนาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนเมษายนที่มีการหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งยาดานาของเมียนมา คิดเป็นปริมาณการลดใช้ ไฟฟ้าได้ประมาณ 150 เมกะวัตต์
3. ความร่วมมือจากภาคประชาชน โดย สนพ. รณรงค์ผ่านมาตรการ 4 ป. ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน มีส่วนช่วยให้พฤติกรรมของประชาชน ปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ปรับแอร์เพิ่ม 1 องศา ประหยัดไฟ 10% ปลดปลั๊กเมื่อเลิกใช้และเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นเบอร์ 5 รวมถึงเปลี่ยนช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้า หลีกเลี่ยง 2 ช่วงเวลาที่มักเกิดพีค คือ 13.00 – 15.00 น. และ 19.00 – 21.00 น.
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน โดย สนพ. ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่ได้มีส่วนร่วมในการลดใช้พลังงานจนสถานการณ์พีคไฟฟ้าของประเทศในปี 2560 ผ่านไปด้วยดี อย่างไรก็ดี ความต้องการใช้ไฟฟ้ายังคงอยู่ในทิศทางที่เติบโตขึ้นในทุกๆ ภาคส่วน ดังนั้นกระทรวงพลังงาน โดย สนพ. ซึ่งมีบทบาทหลักในการวางแผนและบริหารจัดการให้ประเทศมีไฟฟ้าใช้อย่างพอเพียงและยั่งยืน จึงขอเชิญชวนประชาชนได้ร่วมมือร่วมใจในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเทศชาติได้มีพลังงานใช้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน







