posttoday
พรทิวา เตรียมบินรัสเซียทวงหนี้ค่าข้าว

พรทิวา เตรียมบินรัสเซียทวงหนี้ค่าข้าว

14 กันยายน 2553

ครม.พิจารณาแนวทางการใช้หนี้ข้าวของรัสเซียเป็นเงิน 36 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังค้างชำระมานาน 20 ปี ด้าน “พรทิวา” เตรียมบินรัสเซียลงนามข้อตกลง ได้เงินคืนภายใน 30 วัน

ครม.พิจารณาแนวทางการใช้หนี้ข้าวของรัสเซียเป็นเงิน 36 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังค้างชำระมานาน 20 ปี ด้าน “พรทิวา” เตรียมบินรัสเซียลงนามข้อตกลง ได้เงินคืนภายใน 30 วัน

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาแนวทางการชำระหนี้ค่าข้าวของรัสเซียที่ค้างชำระไทยมาตั้งแต่ปี 2533 ตามแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยเลือกให้รัสเซียชำระหนี้ค่าข้าวเฉพาะส่วนเงินต้นทั้งหมดเป็นเงินสดจำนวน 36.44 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 30 วัน หลังจากมีการลงนามในข้อตกลงปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ ซึ่งเร็วๆ นี้ จะเดินทางไปรัสเซียเพื่อลงนามให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

ทั้งนี้ แนวทางการชำระหนี้ค่าข้าวคืนเป็นเงินสด จะทำให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุด เพราะที่ผ่านมาทั้ง 2 ฝ่าย ไม่สามารถตกลงเลือกสินค้า ราคา หรือบริษัทที่ยินยอมผลิตสินค้าที่เหมาะสม เพื่อส่งมอบให้ไทยได้ และไม่แน่ใจว่าหากรอเวลาไปอีกจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ แต่การรับเงินสดในทันทีจึงมีความแน่นอน ชัดเจน และยังเป็นการแสดงความจริงใจของทุกฝ่ายที่จะยุติปัญหาที่เรื้อรังมานานโดยเร็ว

“หลังจากที่ครม. เห็นชอบแนวทางการรับชำระหนี้แล้ว จะเดินทางไปรัสเซียเพื่อลงนามในข้อตกลงปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ และประเทศไทยจะได้รับเงินภายใน 30 วันหลังจากลงนาม โดยกระทรวงพาณิชย์จะนำส่งเข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป” นางพรทิวา กล่าว

สำหรับหนี้ข้าวดังกล่าว รัสเซียซื้อข้าวจากไทยตั้งแต่ 2533 จำนวน 2 แสนตัน เป็นเงินเชื่อโดยจะชำระภายใน 2 ปี หรือเดือนมี.ค.2536 โดยจะจ่ายดอกเบี้ย 4% ต่อปี มูลค่าข้าวประมาณ 60 ล้านเหรียญสหรัฐ กรมการค้าต่างประเทศส่งมอบข้าวให้รัสเซียตั้งแต่ ม.ค.2534 แต่ปรากฏว่าผ่อนชำระได้เพียง 3.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สหภาพโซเวียตรัสเซียก็ล่มสลาย แต่ก็ได้พยายามจะชดใช้หนี้ให้ โดยได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ในปี 2537 และได้ผ่อนชำระให้จนถึงเดือนก.ค.2541 รวมเป็นเงิน 39.53 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในช่วงนั้นรัสเซียประสบปัญหาทางการเงินจึงหยุดชำระหนี้ รัฐบาลไทยได้ไปเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อีกครั้ง โดยเซ็นสัญญาใหม่ ในปี 2546 โดยรัสเซียจะจ่ายเงินต้น 36.44 ล้านเหรียญสหรัฐ และดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี โดยมีเงื่อนไขว่ารัสเซียจะชำระเป็นสินค้า โดยให้ฝ่ายไทยเลือกและตกลงกับผู้ผลิตของรัสเซียและชำระค่าสินค้าโดยหักจากหนี้ข้าว

ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ฝ่ายไทยพยายามจะซื้อสินค้าหลายครั้ง แต่ไม่สามารถตกลงได้ เพราะข้อจำกัดของทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายไทยมีข้อจำกัดว่าหน่วยงานที่จะซื้อต้องตั้งงบประมาณไว้ก่อนจึงจะไปทำสัญญาซื้อได้ ซึ่งต้องตั้งงบประมาณล่วงหน้าจึงไม่สามารถดำเนินการได้ ส่วนฝ่ายรัสเซียเมื่อฝ่ายไทยแจ้งรายการสินค้าที่ต้องการไปก็ไม่สามารถตกลงกับบริษัทภายในได้ จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขของสัญญาปี 2546 ได้

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน